เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. 061-020-4245 LINE @vasylclinic

โปรแกรม Ultherapy Prime คืออะไร ฉบับเบื้องต้นสำหรับคนที่เพิ่งเคยได้ยินชื่อ

โดย นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว) · เผยแพร่ 14 ก.ย. 2569

หมอวิวกำลังทำโปรแกรม Ultherapy Prime ให้คนไข้ ที่ VASYL Clinic ขอนแก่น

ช่วงนี้มีคนไข้หลายคนเดินเข้ามาถามผมประโยคเดียวกันบ่อยมาก — “หมอคะ เพื่อนบอกว่าไปทำ Ultherapy Prime มา มันคืออะไรคะ” บางคนเห็นจากโฆษณา บางคนได้ยินจากเพื่อนที่ไปทำมาแล้วหน้าดูกระชับขึ้น แต่พอถามลึกกว่านั้นว่ามันทำงานยังไง ต่างจากอย่างอื่นตรงไหน เกือบทุกคนตอบไม่ถูก

ผมเลยอยากเขียนบทความนี้ให้เป็น “จุดเริ่มต้น” จริงๆ สำหรับคนที่ยังไม่รู้จักเลย ไม่ต้องมีพื้นฐานอะไรมาก่อน อ่านจบแล้วควรจะตอบตัวเองได้ว่ามันคืออะไร เหมาะกับตัวเองไหม และควรเตรียมตัวยังไงถ้าอยากลองปรึกษาดู

Ultherapy Prime คืออะไร — กลไกทำงานแบบเข้าใจง่าย

โปรแกรม Ultherapy Prime คือหัตถการยกกระชับผิวหน้าที่ใช้พลังงานอัลตราซาวนด์ชนิดโฟกัสแบบไมโคร ร่วมกับการดูภาพอัลตราซาวนด์ของชั้นผิวไปพร้อมกันระหว่างทำ วงการเรียกเทคโนโลยีกลุ่มนี้ว่า MFU-V (microfocused ultrasound with visualization) เป็นการส่งพลังงานลงไปในชั้นผิวโดยไม่ต้องผ่าตัดและไม่มีแผลที่ผิวชั้นบน

หลักการคือการรวมคลื่นเสียงความถี่สูงให้ไปบรรจบกันเป็นจุดเล็กๆ ที่ระดับความลึกซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า จนเกิดเป็นจุดความร้อนขนาดเล็กมากเรียงเป็นแนวอยู่ในชั้นนั้น (ภาษาวิชาการเรียกว่า thermal coagulation point) ระดับความลึกหลักที่ใช้กันในเทคโนโลยีกลุ่มนี้คือ 1.5 · 3.0 และ 4.5 มิลลิเมตร ซึ่งเลือกใช้ต่างกันตามชั้นที่ต้องการดูแล จุดสำคัญคือผิวชั้นบนสุดไม่ได้ถูกทำลายไปด้วย เพราะพลังงานเดินทางผ่านลงไปรวมตัวกันที่ชั้นลึกกว่า

จุดที่ทำให้เทคโนโลยีนี้ถูกพูดถึงกันเยอะ คือที่ระดับความลึกประมาณ 4.5 มิลลิเมตร พลังงานลงไปถึง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดระหว่างชั้นไขมันกับกล้ามเนื้อ — ชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์จัดการตอนผ่าตัดยกกระชับใบหน้า เมื่อความร้อนที่จุดโฟกัสทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและเปลี่ยนสภาพ ร่างกายจะเข้าสู่กระบวนการซ่อมแซมและสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาในบริเวณนั้น ผิวจึงค่อยๆ ดูกระชับขึ้นจากการทำงานของร่างกายเอง

ส่วนคำว่า “visualization” หรือตัว V ต่อท้าย หมายถึงระหว่างทำ แพทย์จะเห็นภาพอัลตราซาวนด์ของชั้นผิวจริงของคนไข้คนนั้นบนจอ ไม่ได้ยิงจากการคาดคะเนว่าชั้นผิวน่าจะอยู่ตรงไหน จุดนี้สำคัญกว่าที่หลายคนคิด เพราะความหนาของผิวและชั้นไขมันของแต่ละคนไม่เท่ากันเลย แม้แต่คนเดียวกันคนละตำแหน่งบนใบหน้าก็ไม่เท่ากัน การเห็นภาพจริงช่วยให้เลือกหัวส่งพลังงานและวางแนวได้ตรงชั้นที่ตั้งใจ และหลบโครงสร้างที่ไม่ควรโดนได้

พูดง่ายๆ คือนี่ไม่ใช่การ “ดึงหน้า” ที่รูปหน้าเปลี่ยนตั้งแต่ลุกจากเตียง แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายทำงานของมันเองในช่วงเวลาหลังจากนั้น โดยทั่วไปผลหลักจะค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือนหลังทำ — ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ทั้งสภาพผิว อายุ และวิถีชีวิตของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

ต่างจากคำว่า “อัลเทอร่า” ที่คนคุ้นหูยังไง

หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ “อัลเทอร่า” หรือ “Ulthera” มาก่อนหน้านี้แล้ว คำถามที่ตามมาบ่อยคือ “แล้วมันคนละตัวกับที่เคยได้ยินหรือเปล่า”

คำตอบคือ เป็นเทคโนโลยีตระกูลเดียวกัน Ultherapy Prime คือแพลตฟอร์มรุ่นถัดมาที่ผู้ผลิตเปิดตัวในปี 2567 สิ่งที่ผู้ผลิตระบุว่าเปลี่ยนไปจากรุ่นก่อนเป็นเรื่องของระบบภาพและการใช้งานเป็นหลัก คือจอแสดงภาพอัลตราซาวนด์ใหญ่ขึ้นและรีเฟรชภาพได้เร็วขึ้น ทำให้เห็นชั้นผิวได้ชัดกว่าเดิม พร้อมระบบปฏิบัติการและการวางขั้นตอนทำงานที่ปรับใหม่ ชื่อที่คนไทยคุ้นปากว่า “อัลเทอร่า” ส่วนใหญ่หมายถึงเทคโนโลยีตระกูลนี้โดยรวม ส่วน “Prime” คือรุ่นที่คลินิกใช้อยู่ในปัจจุบัน

สิ่งที่อยากให้เข้าใจตรงกันคือ การเปลี่ยนรุ่นของเครื่องไม่ได้แปลว่าผลลัพธ์ของคนไข้จะต่างกันเป็นคนละเรื่อง หลักการพื้นฐานยังเป็นอันเดิม คือใช้พลังงานอัลตราซาวนด์โฟกัสกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจน

ตรงนี้เป็นจุดที่คนไข้มักสับสน เพราะได้ยินชื่อมาจากหลายที่ หลายเวอร์ชัน — สิ่งที่สำคัญกว่าชื่อรุ่น คือการที่แพทย์ผู้ทำเข้าใจกายวิภาคใบหน้าของคนไข้แต่ละคน และเลือกความลึก-พลังงานให้เหมาะกับปัญหาที่มีจริง ไม่ใช่ใช้สูตรเดียวกับทุกคน

เหมาะกับใคร ใช้บริเวณไหนของใบหน้าได้บ้าง

จากที่ผมพบคนไข้ในห้องตรวจที่ขอนแก่นมา กลุ่มที่มักสนใจโปรแกรมนี้แบ่งได้คร่าวๆ ดังนี้

บริเวณที่ทำได้ครอบคลุมทั้งกรอบหน้า แก้ม คาง ใต้คาง ไปจนถึงลำคอ ขึ้นอยู่กับจุดที่คนไข้กังวลและผลการประเมินของแพทย์ในวันที่เข้ามาปรึกษา ส่วนบริเวณที่เอกสารของผู้ผลิตระบุข้อบ่งใช้ไว้อย่างเจาะจง คือ การยกกระชับบริเวณคิ้ว ใต้คางและลำคอ และการดูแลริ้วรอยบริเวณหน้าอก

ความคาดหวังที่ตรงกับความจริง — ส่วนที่ผมพูดตรงๆ เสมอ

เรื่องนี้สำคัญกว่ารายละเอียดทางเทคนิคทั้งหมดรวมกัน คนที่ตอบสนองได้ดีกับแนวทางนี้คือกลุ่มที่มีความหย่อนคล้อยระดับน้อยถึงปานกลาง ส่วนคนที่ผิวหย่อนคล้อยมากแล้ว หรือมีเนื้อส่วนเกินบริเวณกรอบหน้าและลำคอค่อนข้างชัด หัตถการกลุ่มนี้ไม่ได้ทดแทนการผ่าตัดยกกระชับใบหน้า และถ้าผมประเมินแล้วเห็นว่าเป็นแบบนั้น ผมจะบอกตรงๆ ตั้งแต่วันแรก ดีกว่าปล่อยให้ทำแล้วผิดหวังทีหลัง

อีกข้อคือ “ทำครั้งเดียวแล้วจบตลอดไป” ไม่มีจริงในหัตถการกลุ่มนี้ เพราะผิวยังเดินหน้าเปลี่ยนแปลงตามอายุต่อไปเรื่อยๆ สิ่งที่ควรคุยกันตั้งแต่ต้นคือแผนระยะยาว ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว

ใครที่ยังไม่ควรทำ หรือต้องแจ้งแพทย์ให้ครบก่อน

เอกสารกำกับของเทคโนโลยีกลุ่มนี้ระบุกลุ่มที่ไม่ควรทำไว้ชัดเจน และนี่คือสิ่งที่ทีมจะถามก่อนทุกครั้ง

จุดนี้ต้องให้แพทย์ประเมินและทำโดยแพทย์เท่านั้น ไม่ควรตัดสินใจทำเองจากการอ่านข้อมูลออนไลน์เพียงอย่างเดียว

ขั้นตอนคร่าวๆ วันนั้นต้องเตรียมตัวยังไง

สำหรับคนที่ไม่เคยทำมาก่อน ภาพรวมของวันที่เข้ามาทำจะประมาณนี้

  1. พบแพทย์เพื่อประเมินหน้างานและซักประวัติ — ดูสภาพผิว โครงหน้า จุดที่ต้องการดูแล และถามประวัติตามรายการในหัวข้อก่อนหน้า ก่อนวางแผนความลึกและพลังงานที่เหมาะกับแต่ละคน
  2. ทำความสะอาดผิวหน้า ให้พร้อมก่อนเริ่มหัตถการ
  3. ดูภาพชั้นผิวด้วยอัลตราซาวนด์ก่อนและระหว่างการส่งพลังงาน เพื่อยืนยันว่าพลังงานกำลังลงตรงชั้นที่วางแผนไว้จริง
  4. ส่งพลังงานอัลตราซาวนด์ลงไปยังบริเวณที่วางแผนไว้ โดยแพทย์เป็นผู้ควบคุมทั้งกระบวนการ ระหว่างทำจะรู้สึกอุ่นหรือรู้สึกซ่าแปลบเป็นจังหวะตามจุดที่ปล่อยพลังงาน
  5. หลังทำสามารถกลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ ไม่มีแผลผ่าตัดให้ต้องดูแลเป็นพิเศษ แต่ควรกันแดดให้ดีในช่วงหลังทำ

ใช้เวลานานแค่ไหน — ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะเวลาที่ใช้ขึ้นอยู่กับว่าวางแผนทำกี่บริเวณและใช้จำนวนจุดส่งพลังงาน (ที่หลายคนเรียกว่า “ไลน์” หรือ “ช็อต”) มากน้อยแค่ไหน ทำเฉพาะกรอบหน้ากับทำทั้งใบหน้าและลำคอใช้เวลาต่างกันชัดเจน ทีมจะแจ้งเวลาโดยประมาณให้ทราบหลังแพทย์วางแผนเสร็จในวันประเมิน เพื่อให้เผื่อเวลามาได้ถูก

เจ็บแค่ไหน — ตอบตรงๆ ว่ารู้สึกได้ ไม่ใช่หัตถการที่ไม่รู้สึกอะไรเลย งานที่รวบรวมผลจากหลายการศึกษาเข้าด้วยกันรายงานคะแนนความเจ็บเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง คือราว 4–5 จาก 10 คะแนน และความรู้สึกจะมาเป็นจังหวะสั้นๆ ตอนปล่อยพลังงาน ไม่ใช่เจ็บต่อเนื่องตลอดเวลา ที่สำคัญคือระดับความรู้สึกต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละตำแหน่ง บริเวณที่ผิวบางหรืออยู่ใกล้กระดูกมักรู้สึกมากกว่า จุดนี้คุยกับแพทย์ล่วงหน้าได้ว่าจะจัดการความรู้สึกระหว่างทำอย่างไร

พักฟื้นกี่วัน — หัตถการกลุ่มนี้ไม่มีแผลและไม่ต้องหยุดงาน กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เลยในวันเดียวกัน สิ่งที่พบได้หลังทำและหายได้เองคือ ผิวแดง ซึ่งมักดีขึ้นภายในราว 1–2 วัน บวมเล็กน้อย ที่มักค่อยๆ ยุบภายในราวหนึ่งสัปดาห์ และ รอยช้ำ ในบางคน ซึ่งอาจใช้เวลานานกว่านั้นกว่าจะจางหมด บางคนรู้สึกกดเจ็บหรือตึงๆ อยู่อีกสองสามวัน ทั้งหมดนี้ต่างกันไปในแต่ละบุคคล ถ้ามีอาการที่ผิดไปจากนี้ เช่น ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ ผิวพอง เป็นแผล หรือรู้สึกชา/ขยับกล้ามเนื้อใบหน้าได้ไม่เหมือนเดิม ให้ติดต่อกลับมาที่คลินิกทันที อย่ารอดูอาการเอง

คำถามที่คนไข้ถามบ่อยก่อนตัดสินใจ

คำถามหนึ่งที่คนไข้ถามผมบ่อยมากหลังเข้าใจว่า Ultherapy Prime คืออะไรแล้ว คือ “แล้วมันต่างจากเครื่อง RF ยังไง อันไหนเหมาะกับหนูมากกว่า” — คำถามนี้ตอบละเอียดในบทความเดียวไม่พอ เพราะพลังงานทั้งสองแบบทำงานคนละชั้นและเหมาะกับปัญหาคนละแบบ ผมเขียนเปรียบเทียบไว้ละเอียดแล้วในบทความ Ultherapy Prime กับพลังงาน RF ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนดี แนะนำให้อ่านต่อถ้าอยากรู้ว่าตัวเองเข้ากับแบบไหนมากกว่า

อีกคำถามที่พบบ่อยคือเรื่องความถี่ในการทำซ้ำ — คำตอบคือขึ้นอยู่กับสภาพผิวและเป้าหมายของแต่ละคน ไม่มีสูตรตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน แนวทางที่คณะผู้เชี่ยวชาญในเอเชียเคยวางไว้เป็นกรอบกว้างๆ คือคนที่อายุน้อยกว่ามักเว้นระยะได้นานกว่า ส่วนคนที่อายุมากขึ้นมักต้องการการดูแลถี่กว่าและบางรายต้องทำมากกว่าหนึ่งครั้งกว่าจะได้ผลที่ตั้งใจไว้ แต่กรอบนี้เป็นแค่จุดตั้งต้น ของจริงต้องให้แพทย์ประเมินหน้างานถึงจะให้คำตอบที่ตรงกับคนคนนั้นได้

คำถามที่สามที่ผมอยากให้ทุกคนถามคลินิกที่จะไปทำ ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม คือ “เครื่องที่ใช้เป็นเครื่องอะไร มีทะเบียนเครื่องมือแพทย์ถูกต้องไหม และใครเป็นคนทำหัตถการ” — เพราะหัตถการกลุ่มนี้ทำงานด้วยพลังงานที่ลงไปถึงชั้นลึก ความเสี่ยงที่เคยมีรายงานไว้ในวรรณกรรมส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการใช้พลังงานไม่เหมาะสมและอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน มากกว่าตัวเทคโนโลยีเอง คำถามสามข้อนี้ถามได้ไม่ต้องเกรงใจ

ที่ VASYL ประเมินก่อนทำยังไง

ที่ VASYL Clinic ขอนแก่น ทุกเคสที่สนใจโปรแกรม Ultherapy Prime จะเริ่มต้นด้วยการพบแพทย์ก่อนเสมอ เพื่อดูสภาพผิว โครงหน้า และเป้าหมายของคนไข้แต่ละคน ก่อนจะบอกได้ว่าเหมาะกับโปรแกรมนี้หรือควรพิจารณาทางเลือกอื่นร่วมด้วย

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเริ่มมองหาข้อมูลไว้ล่วงหน้าก่อนช่วงงานสำคัญปลายปี หรือแค่อยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับโปรแกรมนี้ไหม สามารถเข้ามาปรึกษาที่คลินิกได้โดยไม่ต้องตัดสินใจอะไรในวันแรก แพทย์จะประเมินให้ก่อนว่าเหมาะกับอะไร แล้วค่อยวางแผนร่วมกัน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

Ultherapy Prime กับ Ulthera ตัวเก่าต่างกันยังไง เป็นเทคโนโลยีตระกูลเดียวกัน หลักการพื้นฐานเหมือนเดิม คือใช้อัลตราซาวนด์โฟกัสกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ส่วน Prime เป็นแพลตฟอร์มรุ่นถัดมาที่ผู้ผลิตเปิดตัวในปี 2567 โดยระบุว่าปรับปรุงเรื่องระบบภาพอัลตราซาวนด์ให้จอใหญ่ขึ้นและรีเฟรชภาพเร็วขึ้น พร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ ชื่อ “อัลเทอร่า” ที่คนไทยคุ้นหูมักหมายถึงเทคโนโลยีตระกูลนี้โดยรวม

ทำแล้วเจ็บไหม ต้องพักฟื้นกี่วัน รู้สึกได้ครับ ไม่ใช่หัตถการที่ไม่รู้สึกอะไรเลย งานที่รวบรวมผลจากหลายการศึกษาเข้าด้วยกันรายงานคะแนนความเจ็บเฉลี่ยอยู่ในระดับปานกลาง ราว 4–5 จาก 10 คะแนน โดยจะรู้สึกอุ่นหรือซ่าแปลบเป็นจังหวะตามจุดที่ปล่อยพลังงาน ไม่ใช่เจ็บต่อเนื่องตลอดเวลา และระดับความรู้สึกต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละตำแหน่ง ส่วนการพักฟื้น หลังทำไม่มีแผลผ่าตัด กลับไปทำกิจกรรมตามปกติได้ในวันเดียวกัน อาจมีผิวแดงราว 1–2 วัน บวมเล็กน้อยที่มักยุบภายในราวหนึ่งสัปดาห์ และบางคนมีรอยช้ำที่ใช้เวลานานกว่านั้นกว่าจะจาง ควรสอบถามรายละเอียดกับแพทย์ในวันที่เข้ามาประเมินอีกครั้ง

มีผลข้างเคียงอะไรบ้าง ใครที่ไม่ควรทำ ที่พบได้บ่อยและหายได้เองคือ ผิวแดง บวม กดเจ็บ และรอยช้ำ ส่วนผลข้างเคียงที่รุนแรงกว่านั้นพบได้น้อย แต่มีรายงานไว้ในวรรณกรรมและควรรู้ไว้ ได้แก่ ผิวไหม้หรือพองจากการใช้พลังงานไม่เหมาะสม รอยดำหลังการอักเสบซึ่งพบได้มากกว่าในคนผิวสีเข้ม และภาวะเส้นประสาททำงานลดลงชั่วคราวจนกล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรงหรือรู้สึกชา ซึ่งรายงานว่าเป็นอยู่ช่วงหนึ่งแล้วกลับมาเป็นปกติได้ ส่วนกลุ่มที่เอกสารกำกับระบุว่าไม่ควรทำ คือผู้ที่มีแผลเปิดหรือรอยโรคของผิวหนังในบริเวณที่จะทำ มีสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณนั้น มีอุปกรณ์ฝังที่ทำงานด้วยไฟฟ้าเช่นเครื่องกระตุ้นหัวใจ หรือมีโลหะฝังในบริเวณที่จะทำ รวมถึงผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรซึ่งไม่มีข้อมูลรองรับ และควรแจ้งแพทย์เสมอถ้าเคยร้อยไหม ผ่าตัดดึงหน้า หรือฉีดฟิลเลอร์ในบริเวณนั้นมาก่อน

อายุเท่าไหร่ถึงเหมาะทำ ไม่มีเกณฑ์อายุตายตัว เพราะขึ้นอยู่กับสภาพผิวและความกังวลของแต่ละคนมากกว่าตัวเลขอายุ บางคนเริ่มทำเชิงป้องกันตั้งแต่ยังไม่มีสัญญาณหย่อนคล้อยชัดเจน บางคนเริ่มทำเมื่อเห็นความเปลี่ยนแปลงแล้ว สิ่งที่มีผลมากกว่าอายุคือระดับความหย่อนคล้อยที่เป็นอยู่ เพราะคนที่หย่อนคล้อยมากแล้วมักได้ผลไม่เท่าที่คาดหวัง และเป็นกลุ่มที่ควรได้คุยถึงทางเลือกอื่นร่วมด้วย จุดนี้ควรให้แพทย์ประเมินหน้างานจริงก่อนตัดสินใจ

ผลอยู่ได้นานแค่ไหน เนื่องจากเป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ ผลหลักจึงค่อยๆ ชัดขึ้นในช่วงประมาณ 2–3 เดือนหลังทำ ส่วนเรื่องความคงอยู่ งานวิจัยในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่ติดตามผลไปได้ถึงราว 1 ปี และรายงานว่าผู้เข้าร่วมจำนวนมากยังคงเห็นความเปลี่ยนแปลงอยู่ที่ช่วงเวลานั้น แต่ตัวเลขนี้เป็นภาพรวมของงานวิจัย ไม่ใช่คำมั่นสำหรับคนใดคนหนึ่ง เพราะผิวยังเปลี่ยนแปลงต่อไปตามอายุและการใช้ชีวิต ระยะเวลาที่เห็นผลและระยะเวลาที่ผลอยู่ได้จึงแตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพผิว อายุ และการดูแลผิวหลังทำของแต่ละคน ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความคาดหวังที่เหมาะสมกับตัวเองก่อนตัดสินใจ

เกี่ยวกับผู้เขียน

นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว)
แพทย์ผู้ก่อตั้งและแพทย์ผู้ให้การรักษา VASYL Clinic ขอนแก่น
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ · ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทักมาสอบถามหรือนัดเข้ามาประเมินกับหมอวิวได้เลย ทีมงานตอบไวทุกวัน 11:00 – 20:00 น.

แชททันที LINE @vasylclinic โทร 061-020-4245 Messenger Instagram TikTok เส้นทางมาคลินิก