เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. 061-020-4245 LINE @vasylclinic

โปรแกรม Ultherapy Prime กับ RF ต่างกันยังไง เลือกแบบไหนถึงตรงกับผิวเรา

โดย นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว) · เผยแพร่ 3 ส.ค. 2569

คำถามหนึ่งที่หมอวิวเจอบ่อยมากในห้องตรวจที่ VASYL Clinic ขอนแก่น คือคนไข้เปิดมือถือขึ้นมาแล้วถามว่า “หมอคะ อันนี้เขาบอกว่าอัลตราซาวนด์ อีกอันบอกว่า RF สรุปมันต่างกันยังไง แล้วหนูควรทำอันไหน”

เป็นคำถามที่ตอบยากกว่าที่หลายคนคิด ไม่ใช่เพราะไม่มีคำตอบ แต่เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ที่ว่าเทคโนโลยีไหนเหนือกว่า มันอยู่ที่ว่า “ผิวของคนที่ถามอยู่ตรงหน้ามีประเด็นอยู่ที่ชั้นไหน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดูของจริงถึงจะตอบได้

บทความนี้หมอวิวจะพาไปเข้าใจว่าพลังงานสองแบบนี้ทำงานต่างกันตรงไหนจริงๆ อะไรคือจุดที่ใช้ตัดสินใจ และคำถามอะไรบ้างที่ควรถามแพทย์ก่อนเลือก เพื่อให้ตัดสินใจจากความเข้าใจ ไม่ใช่จากรีวิวในโซเชียลอย่างเดียว

ทำไมคำถาม “อันไหนดีกว่า” ถึงตอบไม่ได้ตรงๆ

ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ได้เกิดจากชั้นเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันหลายชั้น ตั้งแต่ผิวหนังชั้นบนที่คุณภาพเปลี่ยนไป ไขมันใต้ผิวที่ลดลงและเคลื่อนตำแหน่ง ชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่อยู่ระหว่างชั้นไขมันกับกล้ามเนื้อ ไปจนถึงโครงกระดูกที่เปลี่ยนรูปตามวัย

เมื่อต้นเหตุอยู่คนละชั้น เครื่องมือที่ทำงานคนละความลึกก็ให้ผลไม่เหมือนกัน คนสองคนที่บ่นเรื่องเดียวกันว่า “หน้าดูหย่อน” อาจต้องการแนวทางคนละแบบ และนี่คือเหตุผลที่หมอวิวไม่เคยตอบคำถามนี้ทางแชทได้แบบฟันธง ต้องขอให้เข้ามาให้แพทย์ประเมินก่อนเสมอ

พูดอีกแบบคือ คำถามที่ควรถามไม่ใช่ “อันไหนดีกว่า” แต่เป็น “ประเด็นของฉันอยู่ที่ชั้นไหน แล้วอะไรทำงานตรงชั้นนั้น”

พลังงานสองแบบ ทำงานคนละชั้น

พลังงานอัลตราซาวนด์แบบโฟกัส คือหลักการเบื้องหลัง โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นการส่งคลื่นเสียงความถี่สูงไปรวมพลังงานเป็นจุดโฟกัสที่ระดับความลึกซึ่งกำหนดไว้ล่วงหน้า ทำให้เกิดจุดความร้อนขนาดเล็กมากในชั้นที่ต้องการ โดยที่ผิวชั้นบนไม่ได้ถูกรบกวนโดยตรง จุดเด่นของหลักการนี้คือสามารถลงไปทำงานถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่ทำหน้าที่พยุงโครงหน้าอยู่ใต้ชั้นไขมัน

พลังงานคลื่นวิทยุ (RF) ทำงานคนละแบบ คือปล่อยพลังงานให้เกิดความร้อนกระจายตัวในเนื้อเยื่อบริเวณกว้างกว่า โดยเน้นที่ชั้นหนังแท้และชั้นใต้ผิวมากกว่าจะลงลึกแบบเป็นจุดโฟกัส ที่คลินิกใช้หลักการนี้ใน โปรแกรม Thermatrix ซึ่งดูแลได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยเน้นการดูแลทั่วทั้งใบหน้าเป็นหลัก และมีแนวทางที่ออกแบบมาสำหรับรอบดวงตาแยกออกมาอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่กังวลบริเวณนั้นเป็นพิเศษ

สิ่งที่ทั้งสองแบบมีร่วมกันคือ ผลไม่ได้มาจากความร้อนในวันที่ทำ แต่มาจากกระบวนการที่ร่างกายตอบสนองต่อความร้อนนั้นด้วยการสร้างคอลลาเจนขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นกระบวนการที่ใช้เวลาเป็นสัปดาห์ถึงเป็นเดือน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ในทันที และระดับการตอบสนองต่างกันไปในแต่ละบุคคล

โปรแกรม Ultherapy Prime เหมาะกับประเด็นแบบไหน

จากประสบการณ์ในห้องตรวจ คนไข้ที่หมอวิวมักคุยเรื่องแนวทางนี้ด้วย คือกลุ่มที่ประเด็นหลักเป็นเรื่อง “ความตึงตัวของชั้นที่พยุงใบหน้า” มากกว่าเรื่องคุณภาพผิวชั้นบน

สัญญาณที่พอสังเกตได้เอง เช่น กรอบหน้าที่เคยคมเริ่มดูไม่ชัดเหมือนเดิม เนื้อแก้มดูเคลื่อนลงมาเมื่อเทียบกับรูปเก่า หรือบริเวณใต้คางที่ดูเปลี่ยนไปทั้งที่น้ำหนักตัวไม่ได้เพิ่มขึ้น ลักษณะแบบนี้บ่งชี้ว่าประเด็นน่าจะอยู่ลึกกว่าผิวชั้นบน

เนื่องจากเป็นหัตถการที่ใช้พลังงานลงชั้นลึก การประเมินโดยแพทย์ก่อนทำจึงจำเป็น ทั้งเรื่องความเหมาะสมของสภาพผิว การวางแผนตำแหน่ง และการอธิบายให้เข้าใจตรงกันว่าผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทันทีหลังทำ ทั้งนี้ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

พลังงาน RF เหมาะกับประเด็นแบบไหน

อีกกลุ่มหนึ่งคือคนที่บอกว่า “ไม่ได้รู้สึกว่าหน้าตก แต่รู้สึกว่าผิวไม่แน่นเหมือนเดิม” ผิวดูขาดความยืดหยุ่น พื้นผิวไม่เรียบเนียนเท่าเมื่อก่อน หรือกังวลบริเวณที่ผิวบางอย่างรอบดวงตา กลุ่มนี้มักเป็นเรื่องคุณภาพของผิวชั้นหนังแท้และชั้นใต้ผิวมากกว่าชั้น SMAS

แนวทางที่ใช้พลังงานความร้อนแบบกระจายตัวจึงตอบโจทย์กลุ่มนี้ได้ตรงกว่า เพราะทำงานครอบคลุมพื้นที่กว้างในระดับความลึกที่ตรงกับประเด็น และเนื่องจากดูแลได้ทั้งใบหน้าและลำตัว จึงมีความยืดหยุ่นในการวางแผนมากกว่าในบางกรณี

เช่นเดียวกัน แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

จุดต่างที่ใช้ตัดสินใจจริงๆ มีอยู่ 4 ข้อ

เวลาคนไข้ขอให้หมอวิวสรุปสั้นๆ หมอวิวมักสรุปเป็น 4 ข้อนี้

หนึ่ง ความลึกที่พลังงานไปถึง อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสออกแบบมาให้ลงถึงชั้นลึกได้แบบเป็นจุด ส่วน RF เน้นการกระจายความร้อนในชั้นตื้นกว่าแต่ครอบคลุมพื้นที่กว้างกว่า

สอง ประเด็นที่ตอบโจทย์ ชั้นลึกเกี่ยวกับความตึงตัวและการพยุงโครงหน้า ชั้นตื้นกว่าเกี่ยวกับคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิว

สาม ความรู้สึกระหว่างทำและการดูแลหลังทำ ต่างกันไปตามแนวทางและตามแต่ละบุคคล เป็นเรื่องที่ควรถามแพทย์ผู้ประเมินให้ชัดก่อนตัดสินใจ ไม่ควรอิงจากรีวิวของคนอื่นเป็นหลัก เพราะความรู้สึกและการตอบสนองของแต่ละคนไม่เท่ากัน

สี่ จังหวะของผลลัพธ์ ทั้งสองแนวทางอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย จึงเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ค่อยเป็นค่อยไป ใครที่คาดหวังการเปลี่ยนแปลงแบบเห็นชัดตั้งแต่วันแรก ควรได้คุยกับแพทย์เพื่อปรับความคาดหวังให้ตรงกับความเป็นจริงก่อนเริ่ม

ทำสองแนวทางร่วมกันได้ไหม

ได้ในบางกรณี และในทางปฏิบัติคนไข้จำนวนไม่น้อยมีประเด็นผสมกันมากกว่าหนึ่งชั้นอยู่แล้ว

แต่คำว่า “ทำร่วมกันได้” ไม่เท่ากับ “ควรทำพร้อมกันทันที” สิ่งที่แพทย์ต้องประเมินคือควรเริ่มจากอะไรก่อน เว้นระยะห่างเท่าไหร่ และจำเป็นต้องทำทั้งสองอย่างจริงหรือไม่ เพราะบางคนแก้ประเด็นหลักไปแล้วก็ไม่จำเป็นต้องทำส่วนที่เหลือ

หมอวิวขอย้ำสิ่งที่พูดบ่อยในห้องตรวจอีกครั้ง ว่าไม่ใช่ทุกคนที่เข้ามาปรึกษาจะต้องทำหัตถการ บางคนสิ่งที่เหมาะกับตอนนี้คือปรับการดูแลพื้นฐานให้สม่ำเสมอก่อน โดยเฉพาะการป้องกันแดด ซึ่งสำหรับคนขอนแก่นที่เจอแดดแรงเกือบทั้งปีถือเป็นปัจจัยที่มีน้ำหนักมากกว่าที่หลายคนประเมินไว้

4 คำถามที่ควรถามแพทย์ก่อนตัดสินใจ

ก่อนเลือกแนวทางใดก็ตาม หมอวิวแนะนำให้ถามแพทย์ผู้ประเมิน 4 ข้อนี้

  1. จากที่ประเมิน ประเด็นหลักของหน้าฉันอยู่ที่ชั้นไหน
  2. แนวทางที่แนะนำทำงานตรงกับชั้นนั้นอย่างไร
  3. ควรคาดหวังจังหวะของผลลัพธ์แบบไหน และต้องดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ
  4. ถ้ายังไม่ทำตอนนี้ มีอะไรที่ควรเริ่มดูแลเองก่อนได้บ้าง

คำถามข้อสุดท้ายสำคัญไม่แพ้ข้ออื่น เพราะคำตอบที่ได้จะบอกได้เยอะว่าแพทย์กำลังมองภาพรวมของผิวเรา หรือกำลังมองแค่หัตถการที่จะขาย

สรุป

โปรแกรม Ultherapy Prime กับพลังงาน RF ไม่ใช่คู่แข่งที่ต้องเลือกข้าง แต่เป็นเครื่องมือคนละชิ้นที่ออกแบบมาทำงานคนละความลึก อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสเน้นชั้นลึกที่เกี่ยวกับการพยุงโครงหน้า ส่วนคลื่นวิทยุเน้นคุณภาพและความยืดหยุ่นของผิวในชั้นที่ตื้นกว่า

คำตอบว่าควรเลือกอะไรจึงไม่ได้อยู่ที่ชื่อเทคโนโลยี แต่อยู่ที่ผลการประเมินว่าประเด็นของแต่ละคนอยู่ตรงไหน ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องดูของจริง

สำหรับคนขอนแก่นที่กำลังลังเลอยู่ระหว่างสองทางเลือกนี้ หมอวิวแนะนำให้เริ่มจากการเข้ามาให้แพทย์ประเมินก่อน แล้วค่อยตัดสินใจจากภาพผิวของตัวเองจริงๆ จะช่วยให้ไม่เสียเวลาและงบประมาณไปกับแนวทางที่ไม่ตรงกับประเด็นของตัวเอง

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

โปรแกรม Ultherapy Prime กับพลังงาน RF ต่างกันยังไง อธิบายแบบสั้นๆ? ต่างกันที่ความลึกที่พลังงานไปถึงและลักษณะการกระจายตัวของความร้อน อัลตราซาวนด์แบบโฟกัสรวมพลังงานเป็นจุดในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS ส่วนคลื่นวิทยุกระจายความร้อนในบริเวณกว้างที่ชั้นตื้นกว่า จึงตอบโจทย์คนละประเด็น การเลือกควรมาจากการประเมินโดยแพทย์ว่าประเด็นหลักของแต่ละคนอยู่ที่ชั้นไหน และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

อายุ 30 ต้นๆ เร็วเกินไปไหมสำหรับแนวทางยกกระชับ? ไม่มีอายุตายตัว เพราะกระบวนการสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุ 20 กลางๆ ในขณะที่ช่วงเวลาที่แต่ละคนเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่านั้นต่างกันมาก การเข้ามาประเมินตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาชัดเจนไม่ได้แปลว่าจะต้องทำหัตถการ หลายครั้งคำแนะนำที่ได้กลับบ้านคือเรื่องการดูแลประจำวันมากกว่า

ผลจะอยู่ได้นานแค่ไหน ต้องทำซ้ำไหม? ทั้งสองแนวทางอาศัยกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ซึ่งยังคงเปลี่ยนแปลงต่อไปตามอายุและปัจจัยการใช้ชีวิต จึงไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่คงอยู่โดยไม่เปลี่ยนแปลงอีก ระยะเวลาและความจำเป็นในการทำซ้ำต่างกันไปในแต่ละบุคคล ควรสอบถามกับแพทย์ผู้ประเมินโดยตรงหลังดูสภาพผิวจริง

ถ้าเลือกผิดแนวทางจะเสียหายไหม? ประเด็นที่พบบ่อยกว่าคือ “ทำแล้วไม่ตรงกับสิ่งที่กังวล” มากกว่าเรื่องความเสียหาย เช่น กังวลเรื่องกรอบหน้าแต่เลือกแนวทางที่ทำงานกับคุณภาพผิวชั้นบน ผลที่ได้ก็จะไม่ตรงกับที่คาดหวัง นี่คือเหตุผลที่ขั้นตอนประเมินโดยแพทย์ก่อนเริ่มมีความสำคัญ และควรเลือกทำกับสถานพยาบาลที่มีแพทย์ประเมินและทำหัตถการเอง

เกี่ยวกับผู้เขียน

นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว)
แพทย์ผู้ก่อตั้งและแพทย์ผู้ให้การรักษา VASYL Clinic ขอนแก่น
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ · ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทักมาสอบถามหรือนัดเข้ามาประเมินกับหมอวิวได้เลย ทีมงานตอบไวทุกวัน 11:00 – 20:00 น.

LINE @vasylclinic โทร 061-020-4245 Messenger Instagram TikTok เส้นทางมาคลินิก