ทุกปีพอลมเย็นเริ่มมา ห้องตรวจที่ VASYL Clinic ขอนแก่น จะได้ยินประโยคคุ้นหูว่า “หน้าหนาวแล้วค่ะหมอ แดดไม่แรง ขอพักครีมกันแดดก่อนนะ” หลายคนพักจริง แล้วอีกสองสามเดือนต่อมาก็กลับมาถามว่า ทำไมฝ้าเข้มขึ้น
หมอวิวเลยอยากเล่าให้ฟังตรงๆ ครับ ว่าความเชื่อนี้ถูกแค่ครึ่งเดียว และครึ่งที่ผิดคือครึ่งที่ส่งผลกับผิวเรามากกว่าที่คิด
แดดหน้าหนาวที่ขอนแก่น “อ่อน” แค่ความรู้สึก
หน้าหนาวบ้านเรา ท้องฟ้าโปร่ง เมฆน้อย ลมเย็น เดินกลางแดดแล้วไม่ร้อนผ่าว เลยรู้สึกว่าแดดอ่อนลง
แต่ความรู้สึกร้อนกับปริมาณรังสีที่ตกถึงผิวเป็นคนละเรื่องกันครับ ความร้อนที่เรารู้สึกส่วนใหญ่มาจากรังสีอินฟราเรดและอุณหภูมิอากาศ ส่วนรังสียูวีที่ผิวเราตอบสนองนั้นรู้สึกไม่ได้เลย ไม่มีความร้อนเตือน
ระดับยูวีขึ้นลงตามช่วงเวลาของวันและฤดูกาลจริง หน้าหนาวอาจลดลงจากช่วงหน้าร้อนบ้าง แต่ไม่ได้หายไป องค์การอนามัยโลกระบุว่ายิ่งใกล้เส้นศูนย์สูตร ระดับยูวียิ่งสูง ซึ่งประเทศไทยก็อยู่ในโซนนั้น และแนะนำให้เริ่มป้องกันแดดเมื่อดัชนียูวีตั้งแต่ระดับ 3 ขึ้นไป ช่วงสายถึงบ่ายในวันที่ฟ้าโปร่งของภาคอีสาน ระดับยูวีจึงมักยังอยู่ในช่วงที่ควรป้องกัน แม้ลมจะเย็นก็ตาม
UVA: ตัวการเงียบที่อยู่ทั้งปี
รังสียูวีที่เราคุยกันบ่อยมี 2 กลุ่มหลัก คือ UVB กับ UVA
- UVB แรงขึ้นลงตามฤดูและชั่วโมงของวัน ผิวไหม้แดงมักมาจากตัวนี้
- UVA อยู่กับเราแทบทั้งปี ไม่ลดลงมากตามฤดูแบบ UVB ทะลุเมฆบางได้ และผ่านกระจกได้ด้วย
ลองนึกภาพคนที่นั่งทำงานริมหน้าต่าง หรือขับรถทุกเช้า ไม่ได้ตากแดดตรงๆ เลย แต่ผิวด้านที่ติดหน้าต่างก็ยังรับรังสีอยู่ทุกวัน UVA เป็นกลุ่มที่เกี่ยวกับการกระตุ้นเม็ดสีและความเสื่อมของผิวในระยะยาว จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “ไม่ไหม้ ไม่แดง” ไม่ได้แปลว่าผิวไม่ได้รับอะไร
ส่วนคนที่เป็นฝ้า ยังมีอีกเรื่องที่หมอวิวเล่าให้ฟังเสมอ คือฝ้าไม่ได้ไวต่อยูวีอย่างเดียว แสงที่ตามองเห็นก็มีส่วนกระตุ้นการสร้างเม็ดสีได้ด้วย และมีรายงานว่าความร้อนอาจเกี่ยวข้องในบางคน ข้อหลังนี้หลักฐานยังไม่มากนัก หมอวิวจึงพูดแบบกว้างๆ ว่า “ผิวที่เป็นฝ้าควรป้องกันแสงแดดให้ครอบคลุม ไม่ใช่แค่กันยูวี” ครับ
ฝ้า กระ รอยดำ ต่างกันยังไง และทำไมต้องให้แพทย์ดู
พอผิวมีจุดด่างดำ หลายคนเรียกรวมว่า “ฝ้า” ไปหมด แต่ในห้องตรวจ เรามองเป็นหลายแบบ
| ลักษณะ | ที่หมอวิวมักเห็น |
|---|---|
| ฝ้า | ปื้นสีน้ำตาลหรือน้ำตาลเทา ขอบเขตกว้าง มักขึ้นบริเวณโหนกแก้ม หน้าผาก เหนือริมฝีปาก ค่อนข้างสมมาตรสองข้าง |
| กระ | จุดเล็กๆ กระจายตัว สีน้ำตาลชัดเจน มักสัมพันธ์กับแดดและพันธุกรรม |
| รอยดำหลังสิว/รอยอักเสบ | เกิดหลังผิวอักเสบหรือเป็นสิว มีรอยเหลืออยู่ แนวทางดูแลต่างจากฝ้า |
ปัญหาคือทั้งสามแบบ หน้าตาอาจปะปนกันได้ในคนเดียว และบางครั้งดูด้วยตาเปล่าแยกไม่ออก เม็ดสีบางส่วนอยู่ตื้น บางส่วนอยู่ลึก ซึ่งตอบสนองต่อการดูแลต่างกัน นอกจากนี้ยังมีปานบางชนิดและรอยคล้ำจากสาเหตุอื่นบางประเภทที่หน้าตาคล้ายฝ้าได้ ต้องให้แพทย์แยกก่อนวางแผน
ถ้าเราตัดสินเองว่า “เป็นฝ้า” แล้วซื้อผลิตภัณฑ์มาทาตามเพื่อน บางคนไม่ดีขึ้น บางคนระคายจนเกิดรอยดำเพิ่ม การให้แพทย์ประเมินก่อนจึงเป็นก้าวแรกที่ช่วยประหยัดเวลาครับ
และเรื่องที่ต้องบอกตรงๆ คือ ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง อาจจางลงเมื่อดูแลถูกวิธี แต่ก็อาจกลับมาได้เมื่อเจอแดด ฮอร์โมนเปลี่ยน หรือหยุดดูแลไป เป้าหมายที่หมอวิวคุยกับคนไข้จึงเป็น “ควบคุมและดูแลต่อเนื่อง” ไม่ใช่ “รักษาครั้งเดียวจบ”
เรื่องฮอร์โมนก็สำคัญครับ การตั้งครรภ์และการใช้ยาคุมกำเนิดชนิดที่มีฮอร์โมน เป็นปัจจัยที่พบร่วมกับฝ้าได้บ่อย ถ้ากำลังตั้งครรภ์ ให้นมบุตร หรือใช้ยาคุมอยู่ ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง และไม่ควรหยุดหรือเปลี่ยนยาคุมเองโดยไม่ได้ปรึกษาแพทย์ที่ดูแลอยู่
กันแดดหน้าหนาว ทำยังไงให้ได้ผลจริง
เรื่องนี้ไม่ซับซ้อนครับ แต่ต้องทำสม่ำเสมอ
1. ใช้ครีมกันแดดทุกวัน แม้เป็นวันที่ท้องฟ้าครึ้มหรืออยู่ในอาคาร เลือกชนิดที่ป้องกันได้ทั้ง UVB และ UVA (ดูจากฉลากที่ระบุว่าครอบคลุมรังสีหลายชนิด) และเลือกเนื้อที่ใช้แล้วสบายผิว เพราะถ้าใช้แล้วไม่ชอบ เราก็จะเลิกใช้ สำหรับคนเป็นฝ้า กันแดดแบบมีสี (tinted) ช่วยกรองแสงที่ตามองเห็นได้เพิ่มขึ้น อาจเหมาะกับบางคน ลองปรึกษาแพทย์ได้ว่าแบบไหนเข้ากับผิวเรา
2. ทาให้พอ คนส่วนใหญ่ทาน้อยกว่าที่ควร ทาบางๆ แล้วป้องกันได้ไม่เต็มที่ ปริมาณสำหรับใบหน้าโดยประมาณคือราวหนึ่งช้อนชา หรือบีบเป็นเส้นยาวเท่านิ้วชี้กับนิ้วกลาง ทาให้ทั่วรวมถึงหู คอ และข้างแก้ม
3. ทาซ้ำเมื่ออยู่กลางแจ้งนานหรือเหงื่อออก ครีมกันแดดจะค่อยๆ ลดประสิทธิภาพไปตามเวลา ถ้าต้องอยู่กลางแจ้ง เช่น งานบุญ ตลาดนัด หรือกิจกรรมช่วงปลายปี ควรทาซ้ำทุกราว 2 ชั่วโมง และทันทีหลังเหงื่อออกมาก
4. ให้หมวก ร่ม แว่นกันแดดช่วย สำหรับคนเป็นฝ้า ครีมอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ปีกหมวกกว้างและร่มช่วยลดทั้งแสงและความร้อนที่ใบหน้าได้อีกชั้น
5. อย่ามองข้ามแดดตอนเช้าและขับรถ ช่วงเช้าที่อากาศเย็นสบาย หลายคนออกไปวิ่งหรือรับลูกโดยไม่ทาอะไร ทั้งที่รังสีมีอยู่แล้ว ส่วนคนขับรถ ผิวด้านที่ติดกระจกข้างอาจได้รับรังสีสะสมมากกว่าอีกด้านในระยะยาว
และถ้าอยากรู้เรื่องผิวหมองจากการเปลี่ยนฤดูโดยตรง หมอวิวเขียนแยกไว้แล้วใน บทความผิวหมองเปลี่ยนฤดู ลองอ่านต่อได้ครับ
เมื่อไรควรให้แพทย์ประเมินฝ้า
ดูแลเองที่บ้านได้ในขั้นพื้นฐาน แต่มีสัญญาณที่หมอวิวอยากให้มาประเมินก่อน
- ปื้นสีเข้มขึ้นหรือขยายกว้างขึ้นในช่วงไม่กี่เดือน
- ใช้ผลิตภัณฑ์แล้วผิวแดง แสบ ลอก หรือคล้ำกว่าเดิม
- มีจุดสีเข้มที่ขอบไม่เรียบ สีไม่สม่ำเสมอ หรือโตเร็วผิดสังเกต ซึ่งต้องให้แพทย์ดูแยกจากฝ้า-กระทั่วไป
- เป็นซ้ำหลังหยุดดูแล และอยากได้แผนที่เหมาะกับตัวเอง
ในห้องตรวจ แพทย์จะซักประวัติ ดูลักษณะและความลึกของเม็ดสี และพิจารณาปัจจัยแวดล้อม เช่น ประวัติสุขภาพ ฮอร์โมน และสภาพผิวตอนนั้น แล้ววางแผนเป็นขั้นตอน อาจเริ่มจากกันแดดและบำรุง และอาจมีหัตถการเสริมตามความเหมาะสมของแต่ละคน
ที่คลินิก คนไข้ที่มีเรื่องฝ้า-กระและความหมองคล้ำมักเริ่มต้นที่ โปรแกรมหน้าใส ฝ้า-กระ ซึ่งแพทย์จะประเมินก่อนว่าเหมาะกับผิวเราหรือไม่ และวางลำดับให้เป็นรายบุคคล ไม่ได้เป็นสูตรเดียวกันทุกคน
ส่วนช่วงที่ผิวแห้ง ระคายง่าย หรือมีผิวแพ้ง่ายจากอากาศหน้าหนาว แพทย์อาจแนะนำให้เสริมการบำรุงพื้นฐานควบคู่กัน เช่น โปรแกรมทรีทเมนท์บำรุงผิว กระชับใบหน้าและสัดส่วน ซึ่งมีหลายแบบ และจะเลือกชนิดตามสภาพผิวของแต่ละคน ข้อนี้เป็นการดูแลผิวโดยรวมให้พร้อมรับการควบคุมฝ้า ไม่ใช่การรักษาฝ้าโดยตรงครับ
ทุกโปรแกรมต้องผ่านการประเมินและทำโดยแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล และฝ้าอาจกลับมาได้หากเจอปัจจัยกระตุ้น จึงต้องดูแลต่อเนื่อง
สรุป
- หน้าหนาวขอนแก่นแดดไม่ร้อน แต่ไม่ได้แปลว่ารังสีหายไป UVA ยังอยู่ทั้งปี ทะลุเมฆบางและกระจกได้
- การตั้งครรภ์และยาคุมกำเนิดที่มีฮอร์โมนเป็นปัจจัยร่วมของฝ้าได้ ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้ง
- ฝ้า กระ และรอยดำ เป็นคนละเรื่อง แยกด้วยตาเปล่ายาก ควรให้แพทย์ประเมิน
- ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรัง กลับมาได้ เป้าหมายคือควบคุมและดูแลต่อเนื่อง
- กันแดดทุกวัน ทาให้พอ ทาซ้ำ และใช้หมวก ร่ม ช่วยอีกแรง
ถ้าอยากให้แพทย์ช่วยดูฝ้า-กระของคุณจริงๆ ทักมาที่ LINE @vasylclinic หรือโทรหาคลินิก 061-020-4245 ได้เลยครับ
คำถามที่พบบ่อย
หน้าหนาวไม่ออกแดดเลย ต้องทากันแดดไหม
ควรทาครับ แม้ไม่ได้ออกไปตากแดด UVA ผ่านกระจกและเมฆบางได้ โดยเฉพาะคนที่นั่งริมหน้าต่างหรือขับรถเป็นประจำ ผิวยังได้รับรังสีสะสมอยู่ทุกวัน ยิ่งถ้ามีฝ้าอยู่แล้ว การกันแดดสม่ำเสมอเป็นพื้นฐานที่ต้องมี
ฝ้า กระ ขอนแก่น ที่เป็นอยู่ ใช่ฝ้าจริงหรือเปล่า
บอกจากภาพถ่ายหรือการมองเองได้ยากครับ เพราะฝ้า กระ และรอยดำหลังสิว หน้าตาคล้ายกันและอาจเป็นพร้อมกันได้ ควรให้แพทย์ดูผิวจริงและซักประวัติ เพื่อแยกชนิดก่อนวางแผนดูแล
รักษาฝ้า ขอนแก่น แล้วจะหายไหม
ฝ้าเป็นภาวะเรื้อรังและกลับมาได้ การดูแลที่ถูกวิธีช่วยควบคุมให้จางลงหรือไม่เข้มขึ้นได้ แต่ไม่ได้อยู่ตลอดไปเมื่อหยุดดูแลหรือเจอปัจจัยกระตุ้นอีกครั้ง ระยะเวลาและความคืบหน้าขึ้นกับแต่ละบุคคล แพทย์จะประเมินและแนะนำแผนที่เหมาะกับคุณ
กันแดดหน้าหนาว เลือกแบบไหน ทาบ่อยแค่ไหน
เลือกชนิดที่ป้องกันได้ทั้ง UVB และ UVA ตามฉลาก เนื้อที่ใช้แล้วสบายผิวจนทาได้ทุกวัน ทาให้ทั่วใบหน้าและคอ และทาซ้ำเมื่ออยู่กลางแจ้งนานหรือเหงื่อออก ถ้าผิวเคยระคายกับผลิตภัณฑ์ใด ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเปลี่ยนสูตร
ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)