เปิดทุกวัน 11:00 – 20:00 น. 061-020-4245 LINE @vasylclinic

ใต้ตาโหล คล้ำ เป็นถุง เลือกยังไงดี: โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา กับ โปรแกรม Olidia 120 ต่างกันตรงไหน

โดย นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว) · เผยแพร่ 7 ก.ย. 2569

หมอวิวขณะประเมินใต้ตาคนไข้ก่อนเริ่มแนวทางดูแลใต้ตา ที่ VASYL Clinic ขอนแก่น

ใต้ตาที่ดูโทรม ไม่ได้มีสาเหตุเดียว

ช่วงปลายฝนแบบนี้ หมอวิวสังเกตว่าคนไข้ที่มาปรึกษาเรื่องใต้ตาที่ห้องตรวจ VASYL Clinic ขอนแก่น เพิ่มขึ้นชัดเจน อากาศแปรปรวน นอนไม่ค่อยพอ หลายคนเริ่มมองกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าดูโทรมกว่าที่ควรจะเป็น

คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ “ทำยังไงให้ใต้ตาดูสดใสขึ้นก่อนงาน” หรือ “รูปที่ถ่ายมาทำไมใต้ตาดูคล้ำ ดูเหนื่อยกว่าตัวจริง”

สิ่งแรกที่หมอวิวมักอธิบายให้คนไข้ฟังคือ คำว่า “ใต้ตาไม่สวย” ที่คนไข้พูดมาคำเดียวกัน เบื้องหลังกลับเป็นคนละเรื่องกันได้หลายแบบ และแบ่งคร่าวๆ ได้เป็น 4 กลุ่ม

กลุ่มที่ 1 — ใต้ตาโหล เป็นร่องลึกจากโครงสร้าง เห็นเป็นเงาทอดยาวจากหัวตาเฉียงลงมาทางแก้ม ชัดขึ้นเวลาแสงส่องจากด้านบน กลุ่มนี้ต้นเหตุอยู่ที่ รูปทรงและปริมาตร ไม่ใช่ที่สีผิว คือมีแนวเอ็นยึดผิวหนังบริเวณขอบเบ้าตาตรึงผิวไว้กับกระดูก ประกอบกับชั้นไขมันบริเวณแก้มด้านบนลดลงหรือเลื่อนต่ำลงตามวัย จึงเกิดเป็นแอ่งและเงาขึ้น จุดสังเกตง่ายๆ คือถ้าเอานิ้วดันผิวบริเวณนั้นขึ้นเบาๆ แล้วเงาดูตื้นลง มักเป็นเรื่องของปริมาตร

กลุ่มที่ 2 — ถุงใต้ตานูน กลุ่มนี้ต้องแยกให้ออกอีกสองแบบ เพราะแก้คนละทาง

กลุ่มที่ 3 — คล้ำจากเม็ดสีหรือเส้นเลือด คือคล้ำที่ตัวสีจริงๆ ไม่ใช่เงา บางคนเป็นสีน้ำตาลจากเม็ดสีที่มากกว่าปกติซึ่งมีเรื่องพันธุกรรมและเชื้อชาติเข้ามาเกี่ยว บางคนเป็นสีออกม่วงอมฟ้าเพราะผิวหนังใต้ตาบางกว่าที่อื่นบนใบหน้ามาก จนเห็นเส้นเลือดที่อยู่ข้างใต้ และในหลายคนมีตัวเร่งที่แก้ได้จริงอย่างการขยี้ตาบ่อยจากภูมิแพ้ การพักผ่อนไม่พอ การสูบบุหรี่ และแสงแดด

กลุ่มที่ 4 — ผิวใต้ตาบางลงและหย่อนลง ผิวบริเวณนี้บางเป็นทุนเดิม เมื่อคอลลาเจนและความยืดหยุ่นลดลงตามวัย ผิวจะดูเหี่ยวเป็นริ้วเล็กๆ ไม่เรียบตึงเหมือนเดิม และเมื่อผิวไม่เรียบ แสงก็ตกกระทบไม่สม่ำเสมอ ทำให้ดูหมองลงไปอีกชั้นหนึ่ง

ที่ต้องบอกตรงๆ คือ คนส่วนใหญ่ที่เดินเข้ามาไม่ได้มีแค่กลุ่มเดียว ส่วนมากเป็นสองหรือสามกลุ่มปนกัน และสัดส่วนของแต่ละกลุ่มในแต่ละคนไม่เท่ากัน นี่คือเหตุผลที่การดูรูปคนอื่นแล้วสรุปว่า “เขาทำอันนี้แล้วดี เราน่าจะทำตาม” มักไม่ได้ผลอย่างที่คิด

ในบทความนี้หมอวิวจะพาไปดู 2 โปรแกรมที่คนไข้ถามถึงบ่อยมาก คือ โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา และ โปรแกรม Olidia 120 ว่าแต่ละตัวออกแบบมาเพื่อแก้อะไร และไม่ได้แก้อะไร

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เหมาะกับปัญหาแบบไหน

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาใช้สารกลุ่ม Hyaluronic Acid หรือที่เรียกกันว่า HA ซึ่งเป็นสารที่ทำหน้าที่เป็นตัวปริมาตรด้วยตัวมันเอง ฉีดเข้าไปในชั้นที่เหมาะสมเพื่อทดแทนส่วนที่เป็นแอ่ง ทำให้พื้นผิวเรียบขึ้นและเงาที่เกิดจากร่องดูตื้นลง

ด้วยกลไกแบบนี้ โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาจึงตรงกับ กลุ่มที่ 1 คือใต้ตาโหลหรือร่องลึกจากโครงสร้าง เป็นหลัก เพราะเป็นปัญหาที่ต้นเหตุคือปริมาตรที่หายไปจริงๆ

ส่วนกลุ่มอื่น หมอวิวขอพูดให้ชัด

นี่คือเหตุผลที่หมอวิวย้ำกับคนไข้เสมอว่า ก่อนทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาทุกครั้งต้องให้แพทย์ประเมินหน้างานก่อนว่าใต้ตาของคนคนนั้นเป็นแบบไหน ไม่ใช่ทุกคนที่มาด้วยคำว่า “ใต้ตาคล้ำ” จะเหมาะกับแนวทางเดียวกันหมด

เรื่องที่หมอวิวคุยกับคนไข้ให้จบก่อนฉีดเสมอ

ใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางและมีเส้นเลือดอยู่หนาแน่น จึงเป็นจุดที่ต้องใช้ความเข้าใจกายวิภาคมากกว่าหลายจุดบนใบหน้า เรื่องที่คนไข้ควรรู้ก่อนตัดสินใจมีดังนี้

เรื่องที่พบได้บ่อยและมักดีขึ้นเอง คือช้ำและบวมในช่วงแรก ซึ่งเป็นผลจากการแทงเข็มมากกว่าจากตัวสาร

เรื่องที่พบได้น้อยกว่าแต่ควรรู้จักไว้

เรื่องที่พบได้น้อยมากแต่ร้ายแรง คือการที่สารเข้าไปในหลอดเลือดโดยไม่ตั้งใจ บริเวณกลางใบหน้าและรอบดวงตามีเครือข่ายหลอดเลือดที่เชื่อมต่อกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงดวงตา ทำให้มีรายงานภาวะการมองเห็นผิดปกติหลังการฉีดสารเติมเต็มบนใบหน้าอยู่ในเอกสารทางการแพทย์ทั่วโลก ถึงแม้ตำแหน่งที่มีรายงานมากคือหน้าผาก หว่างคิ้ว และจมูก มากกว่าบริเวณใต้ตาก็ตาม

หมอวิวเขียนเรื่องนี้ไว้ไม่ใช่เพื่อให้กลัว แต่เพราะเป็นข้อมูลที่คนไข้ควรได้รับก่อนตัดสินใจ และเพราะสิ่งที่ลดความเสี่ยงได้จริงมีอยู่ไม่กี่อย่าง คือ ทำโดยแพทย์ที่เข้าใจกายวิภาคของบริเวณนี้ ใช้เทคนิคและเครื่องมือที่เหมาะกับตำแหน่ง ใช้ปริมาณเท่าที่จำเป็น และคนไข้รู้ว่าถ้ามีอาการผิดปกติต้องติดต่อกลับทันที

สัญญาณที่ต้องติดต่อคลินิกทันที ไม่ต้องรอดูอาการ: ปวดมากผิดปกติระหว่างหรือหลังฉีด · ตามัวลง เห็นภาพซ้อน หรือมองเห็นเปลี่ยนไป · ผิวบริเวณนั้นซีดขาวหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำเป็นหย่อม · ปวดศีรษะรุนแรง · บริเวณที่ฉีดแดง ร้อน บวมมากขึ้น กดเจ็บมากขึ้น หรือมีไข้

ใครที่ควรชะลอไว้ก่อน หรือต้องคุยกับแพทย์ให้ละเอียดเป็นพิเศษ

โปรแกรม Olidia 120 เหมาะกับปัญหาแบบไหน

โปรแกรม Olidia 120 ทำงานคนละทางกับโปรแกรมฟิลเลอร์ตั้งแต่ระดับกลไก เพราะไม่ได้เป็นตัวปริมาตรด้วยตัวมันเอง แต่เป็นสารในกลุ่ม PLLA (poly-L-lactic acid) ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน

หลักการคือตัวสารเข้าไปกระตุ้นให้ร่างกายตอบสนองด้วยการสร้างคอลลาเจนของตัวเองขึ้นมาในบริเวณนั้น จากนั้นตัวสารจะค่อยๆ สลายไป สิ่งที่ทำหน้าที่จริงในระยะยาวจึงเป็นคอลลาเจนที่ร่างกายสร้างขึ้นเอง ไม่ใช่ตัวสารที่ฉีดเข้าไป — หลักการเดียวกับที่หมอวิวเคยเขียนไว้ในบทความเรื่องสารกระตุ้นคอลลาเจนกับโปรแกรมฟิลเลอร์

พอกลไกเป็นแบบนี้ ธรรมชาติของผลลัพธ์ก็ต่างออกไป 3 เรื่อง

เรื่องแรก ผลค่อยเป็นค่อยไป เพราะร่างกายต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ตั้งแต่วันที่ทำเสร็จ คนที่คาดหวังว่าจะเห็นความต่างตั้งแต่เดินออกจากคลินิกมักรู้สึกว่า “ไม่เห็นเปลี่ยนเลย” ในช่วงแรก ทั้งที่กระบวนการเพิ่งเริ่ม

เรื่องที่สอง มักวางแผนเป็นคอร์สหลายครั้ง โดยเว้นระยะห่างระหว่างครั้งเพื่อให้ร่างกายทำงานและให้แพทย์ประเมินการตอบสนองก่อนวางแผนครั้งถัดไป จำนวนครั้งไม่เท่ากันในแต่ละคน

เรื่องที่สาม ผลที่ได้เป็นเรื่องคุณภาพและความแน่นของเนื้อเยื่อโดยรวม มากกว่าการออกแบบรูปทรงเฉพาะจุดให้ได้ตามที่วางไว้

จากประสบการณ์ในห้องตรวจ กลุ่มที่หมอวิวมักคุยเรื่องแนวทางนี้ด้วยคือคนที่ประเด็นหลักอยู่ที่ คุณภาพผิวบริเวณใต้ตาและแก้มที่ดูขาดความแน่น (กลุ่มที่ 4) มากกว่าคนที่ขาดปริมาตรเป็นร่องลึกชัดเจน และเนื่องจากบริเวณใต้ตาเป็นบริเวณที่ผิวบางเป็นพิเศษ การใช้สารกลุ่มนี้ตรงนี้จึงเป็นงานที่ต้องอาศัยการเจือจาง ตำแหน่ง และความลึกที่เหมาะสม ไม่ใช่แนวทางที่เหมาะกับทุกคน

ข้อที่ต่างจากโปรแกรมฟิลเลอร์อย่างชัดเจนและควรรู้ก่อนตัดสินใจคือ สารกลุ่ม HA มีทางเลือกให้แพทย์จัดการได้ถ้าผลไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจ แต่สารกระตุ้นคอลลาเจนไม่มีวิธีจัดการแบบเดียวกัน ผลข้างเคียงที่ต้องรู้จักของสารกลุ่มนี้คือตุ่มหรือก้อนเล็กๆ ใต้ผิวที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง โดยเฉพาะเมื่อใช้ในบริเวณที่ผิวบาง ซึ่งเป็นเหตุผลที่การประเมินก่อนทำและเทคนิคของผู้ทำมีน้ำหนักมาก

หมอวิวขอไม่ผูกตัวเลขว่าผลของแนวทางนี้จะอยู่ได้กี่เดือนหรือกี่ปี เพราะเป็นตัวเลขที่ต่างกันมากในแต่ละคนและแต่ละแผนการรักษา การพูดคุยกับแพทย์ที่ประเมินจริงจะให้ภาพที่ตรงกว่าตัวเลขกลางๆ ที่อ่านจากที่ไหนก็ได้

เทียบให้เห็นภาพ

ขอย้ำก่อนว่าตารางนี้ไม่ได้บอกว่าตัวไหนเหนือกว่าตัวไหน เพราะทั้งสองโปรแกรมออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคนละแบบกัน

หัวข้อโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาโปรแกรม Olidia 120
กลไกเติมปริมาตรด้วยตัวสารเอง (HA)กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนของตัวเอง (PLLA)
ตรงกับกลุ่มไหนกลุ่มที่ 1 ใต้ตาโหล ร่องลึกจากโครงสร้างกลุ่มที่ 4 ผิวบริเวณใต้ตาและแก้มขาดความแน่น
จังหวะที่เห็นการเปลี่ยนแปลงเห็นรูปทรงที่เปลี่ยนไปได้ตั้งแต่วันที่ทำ แต่ต้องรอบวมช่วงแรกยุบก่อนจึงประเมินผลจริงได้ค่อยเป็นค่อยไป เพราะรอกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย
จำนวนครั้งมักทำครั้งเดียวต่อรอบการดูแล แล้วนัดประเมินมักวางแผนเป็นคอร์สหลายครั้ง เว้นระยะห่างระหว่างครั้ง
ลักษณะผลปรับรูปทรงเฉพาะจุดได้ตรงจุดเน้นความแน่นและคุณภาพผิวโดยรวมของบริเวณนั้น
ถ้าผลไม่เป็นอย่างที่ตั้งใจสารกลุ่ม HA มีทางเลือกให้แพทย์จัดการได้ไม่มีวิธีจัดการแบบเดียวกับ HA จึงต้องประเมินให้รอบคอบก่อนทำ

จุดสำคัญคือ ทั้งสองโปรแกรมนี้ตอบคนละคำถาม ไม่ได้อยู่บนสเกลเดียวกันที่จะเทียบกันตรงๆ ได้ การเลือกที่เหมาะสมเริ่มจากการรู้ก่อนว่าใต้ตาของตัวเองเป็นแบบไหน ซึ่งต้องอาศัยการประเมินโดยแพทย์ ไม่ใช่การเดาเอาเองจากการดูรูปเปรียบเทียบ

บางคนต้องทำร่วมกัน — เพราะอะไร

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นว่าคนส่วนใหญ่ไม่ได้มีปัญหาแบบเดียว บางคนมีทั้งร่องลึกจากโครงสร้าง (กลุ่มที่ 1) และผิวที่ขาดความแน่น (กลุ่มที่ 4) พร้อมกัน

ในกรณีแบบนี้ แพทย์อาจพิจารณาวางแผนใช้สองแนวทางร่วมกัน เพราะแต่ละอย่างแก้คนละมิติของปัญหา แต่สิ่งที่ต้องวางแผนไม่ใช่แค่ “ทำทั้งคู่” แต่เป็น ลำดับก่อนหลังและระยะห่างระหว่างการทำ ซึ่งต้องมาจากการประเมินเป็นรายบุคคล เพราะสภาพผิว ปริมาณไขมันใต้ตา และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคนไม่เหมือนกัน สิ่งที่เหมาะกับคนหนึ่งอาจไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่ง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

เคสที่ทั้งสองโปรแกรมนี้ไม่ใช่คำตอบ — หมอวิวขอพูดตรงๆ

เรื่องนี้สำคัญพอๆ กับการบอกว่าโปรแกรมไหนช่วยอะไรได้

คำถามที่คนไข้ถามบ่อยเรื่องใต้ตา

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา เจ็บไหม ใต้ตาเป็นจุดที่ผิวบางและรู้สึกไวกว่าจุดอื่นบนใบหน้า ระหว่างทำจึงมีความรู้สึกตึงหรือเจ็บได้ในระดับหนึ่ง ทางคลินิกจะทายาชาเฉพาะที่ก่อนเพื่อลดความรู้สึกไม่สบายตัวระหว่างทำ ระดับความเจ็บที่รู้สึกได้จริงต่างกันไปในแต่ละคน

โปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตา อยู่ได้นานแค่ไหน ไม่มีตัวเลขเดียวที่ใช้ได้กับทุกคน ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ ปริมาณ ตำแหน่ง และตัวบุคคล โดยทั่วไปสารกลุ่ม HA จะค่อยๆ สลายไปในระดับหลายเดือนถึงราวหนึ่งปีขึ้นไป และมีข้อมูลจากการติดตามคนไข้ระยะยาวที่ชี้ว่าบริเวณใต้ตาเป็นตำแหน่งที่ผลอาจอยู่ได้นานกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งเป็นเหตุผลที่หมอวิวไม่แนะนำให้เติมซ้ำตามรอบปฏิทินโดยไม่ประเมิน แต่ให้กลับมาให้แพทย์ดูก่อนทุกครั้งว่าควรเติมหรือยัง

ทำโปรแกรมฟิลเลอร์ใต้ตาแล้วเป็นก้อน แก้ได้ไหม คำถามนี้มีคนค้นหาเข้ามาเยอะจริงๆ และเป็นความกังวลที่เข้าใจได้ ใต้ตาเป็นจุดที่ผิวบาง ถ้าฉีดโดยไม่ประเมินโครงสร้างให้ดี หรือฉีดในตำแหน่งและปริมาณที่ไม่เหมาะสม ก็มีโอกาสเห็นเป็นก้อนนูนหรือเป็นคลื่นได้ ข่าวดีคือถ้าเป็นสารกลุ่ม HA แพทย์ยังมีทางเลือกในการจัดการอยู่ สิ่งที่ควรทำคือกลับไปหาแพทย์ที่ทำการรักษาให้ประเมินโดยเร็ว ไม่ควรนวดหรือกดเองตามคลิปที่เห็นในอินเทอร์เน็ต

โปรแกรม Olidia 120 กับโปรแกรมฟิลเลอร์ ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งไหม ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะสองอย่างนี้แก้คนละมิติ บางคนเหมาะกับอย่างใดอย่างหนึ่ง บางคนแพทย์อาจวางแผนใช้ร่วมกันโดยจัดลำดับก่อนหลัง คำถามที่ควรถามจึงไม่ใช่ “อันไหนดีกว่า” แต่เป็น “ใต้ตาของฉันเป็นแบบไหน”

ไม่แน่ใจว่าเหมาะกับแบบไหน ทำยังไง ไม่ต้องเดาเองครับ ใต้ตาแต่ละคนมีรายละเอียดที่ต่างกัน ทางที่ดีคือเข้ามาให้แพทย์ที่ VASYL Clinic ขอนแก่น ประเมินหน้างานก่อน เพื่อวางแผนดูแลที่ตรงกับปัญหาจริงของแต่ละคน และถ้าประเมินแล้วพบว่าสิ่งที่คุณกังวลไม่ใช่เรื่องที่การฉีดจะช่วยได้ หมอวิวก็จะบอกตรงๆ เช่นกัน

เกี่ยวกับผู้เขียน

นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (หมอวิว)
แพทย์ผู้ก่อตั้งและแพทย์ผู้ให้การรักษา VASYL Clinic ขอนแก่น
ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061

บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อความเข้าใจเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล ควรปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ · ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)

ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจ ไม่มีค่าใช้จ่าย

ทักมาสอบถามหรือนัดเข้ามาประเมินกับหมอวิวได้เลย ทีมงานตอบไวทุกวัน 11:00 – 20:00 น.

แชททันที LINE @vasylclinic โทร 061-020-4245 Messenger Instagram TikTok เส้นทางมาคลินิก