มีคำถามหนึ่งที่หมอวิวเจอเกือบทุกสัปดาห์ในห้องตรวจที่ VASYL Clinic ขอนแก่น คนไข้มักจะเปิดบทสนทนาด้วยประโยคคล้ายๆ กันว่า “หมอคะ ช่วงนี้ส่องกระจกแล้วรู้สึกว่าหน้าตัวเองดูเปลี่ยนไป แต่บอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนตรงไหน หน้าไม่ได้แก่ลงชัดๆ แต่มันดูเหนื่อยกว่าเดิม”
ความรู้สึกแบบนี้ไม่ได้เกิดจากการคิดไปเอง เพราะการเปลี่ยนแปลงเรื่องความกระชับของใบหน้าเป็นกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป มันไม่ได้มาแบบวันเดียวแล้วเห็นชัด แต่ค่อยๆ ขยับทีละนิดจนวันหนึ่งเรารู้สึกได้ว่าบางอย่างไม่เหมือนเดิม โดยที่ยังชี้จุดไม่ถูก
บทความนี้หมอวิวอยากพาไปทำความเข้าใจว่าความหย่อนคล้อยเกิดขึ้นจากอะไร มีสัญญาณอะไรบ้างที่พอสังเกตได้ด้วยตัวเอง และคำถามที่คนถามกันมากคือ “ควรเริ่มดูแลตอนไหน” คำตอบจะเป็นอย่างไร
ความหย่อนคล้อยเกิดจากอะไร ไม่ได้มีแค่ชั้นผิว
หลายคนเข้าใจว่าหน้าหย่อนคล้อยคือเรื่องของผิวหนังที่ยืดออก แต่จริงๆ แล้วโครงสร้างใบหน้าของเราซ้อนกันอยู่หลายชั้น และแต่ละชั้นเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกันตามเวลา
ชั้นผิวหนัง เป็นชั้นที่คนนึกถึงก่อน โครงสร้างที่ทำให้ผิวยืดหยุ่นและตึงคือคอลลาเจนกับอีลาสติน งานวิจัยด้านผิวหนังพบว่าการสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุ 20 กลางๆ และค่อยๆ ลดลงตามอายุ ผลที่ตามมาคือผิวคืนตัวได้ช้าลงกว่าเดิม
ชั้นไขมันใต้ผิว ใบหน้าเรามีกลุ่มไขมันหลายกลุ่มวางตัวเป็นชั้นๆ เมื่อเวลาผ่านไป ไขมันบางกลุ่มลดปริมาณลง บางกลุ่มเคลื่อนตำแหน่งลงต่ำ ทำให้ปริมาตรบริเวณโหนกแก้มดูลดลง ขณะที่บริเวณกรอบหน้าด้านล่างกลับดูหนักขึ้น
ชั้น SMAS เป็นชั้นเนื้อเยื่อพังผืดที่วางตัวอยู่ระหว่างชั้นไขมันกับชั้นกล้ามเนื้อ ทำหน้าที่เหมือนโครงพยุงใบหน้าเอาไว้ เมื่อความตึงตัวของชั้นนี้ลดลง โครงหน้าโดยรวมจะดูหย่อนลงตามแรงโน้มถ่วง ชั้นนี้เป็นตำแหน่งที่มักถูกพูดถึงเวลาคุยกันเรื่องการยกกระชับใบหน้า
ชั้นกระดูก เป็นชั้นที่คนมักนึกไม่ถึงแต่สำคัญมาก เพราะกระดูกใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงรูปทรงตามวัยเช่นกัน เมื่อฐานที่รองรับเปลี่ยน สิ่งที่อยู่ข้างบนก็ขยับตาม
เหตุผลที่หมอวิวอธิบายเรื่องนี้ละเอียด เพราะมันเป็นคำตอบว่าทำไมคนสองคนที่อายุเท่ากันถึงมีลักษณะความหย่อนคล้อยไม่เหมือนกัน และทำไมแนวทางดูแลจึงต้องเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ว่าปัญหาหลักของแต่ละคนอยู่ที่ชั้นไหน
5 สัญญาณที่พอสังเกตได้ด้วยตัวเอง
ในทางคลินิก สัญญาณช่วงต้นมักไม่ใช่ “หน้าตก” แบบที่เห็นชัดในกระจก แต่เป็นรายละเอียดเล็กๆ ที่สะสมกัน
หนึ่ง ร่องแก้มดูชัดขึ้นตอนหน้าตรง เดิมทีร่องแก้มจะเห็นตอนยิ้มเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าเริ่มเห็นชัดตั้งแต่ตอนใบหน้านิ่ง นั่นมักสัมพันธ์กับปริมาตรบริเวณแก้มที่เปลี่ยนไป
สอง กรอบหน้าด้านล่างเริ่มไม่คม เส้นขอบขากรรไกรที่เคยเป็นเส้นชัดเจนเริ่มดูนุ่มลงหรือมีส่วนที่ย้อยเล็กน้อย ข้อนี้มักสังเกตเห็นจากรูปถ่ายมุมข้างมากกว่าการส่องกระจกตรงๆ
สาม บริเวณรอบดวงตาดูล้าตลอดเวลา ผิวรอบดวงตาบางกว่าบริเวณอื่นของใบหน้ามาก จึงมักแสดงสัญญาณก่อนจุดอื่น ทั้งเรื่องริ้วรอยเล็กๆ ความหย่อนของเปลือกตา หรือความรู้สึกว่าดูง่วงทั้งที่นอนพอ
สี่ เมคอัพเริ่มไม่ลงตัวเหมือนเดิม หลายคนสังเกตเรื่องนี้ก่อนสังเกตความหย่อนคล้อยด้วยซ้ำ คือรองพื้นเริ่มไปสะสมตามร่อง หรือลุคที่เคยแต่งแล้วสวยกลับดูไม่เข้ากับหน้าอย่างที่เคย
ห้า ผิวคืนตัวช้าลง ลองใช้นิ้วดันผิวบริเวณแก้มขึ้นเบาๆ แล้วปล่อย ในผิวที่ความยืดหยุ่นยังดี ผิวจะคืนตัวเร็ว ถ้าคืนตัวช้าลงกว่าที่เคยเป็น นั่นเป็นสัญญาณอย่างหนึ่ง
ถ้าอ่านแล้วพบว่าตรงกับตัวเองหลายข้อ หมอวิวอยากให้มองว่าเป็นข้อมูลสำหรับวางแผน ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวล เพราะการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้เป็นธรรมชาติของทุกคน สิ่งที่ต่างกันคือเรารู้ตัวเร็วแค่ไหนและเลือกดูแลอย่างไร
ทำไม “รอให้ชัดก่อนค่อยทำ” มักไม่ใช่แผนที่ดีนัก
คำถามที่ได้ยินบ่อยคือ “ตอนนี้ยังไม่เท่าไหร่ รอให้เห็นชัดกว่านี้ก่อนดีไหมคะ”
หมอวิวเข้าใจความคิดนี้ดี เพราะมันฟังดูสมเหตุสมผล แต่ในทางปฏิบัติมีข้อควรพิจารณาอยู่สองเรื่อง
เรื่องแรก การดูแลเมื่อโครงสร้างยังพอมีต้นทุนอยู่ กับการดูแลเมื่อการเปลี่ยนแปลงสะสมมามากแล้ว เป็นสถานการณ์ที่ต่างกันพอสมควร แนวทางที่เหมาะกับแต่ละสถานการณ์จึงไม่เหมือนกัน
เรื่องที่สอง การเริ่มดูแลแต่เนิ่นๆ ไม่ได้แปลว่าต้องทำหัตถการทันที ในหลายกรณีสิ่งที่หมอวิวแนะนำในการปรึกษาครั้งแรกคือการปรับการดูแลพื้นฐานและการป้องกันปัจจัยเร่ง ซึ่งไม่ต้องทำอะไรกับใบหน้าเลย การมาประเมินจึงไม่เท่ากับการมาทำหัตถการ
แนวคิดนี้สอดคล้องกับเรื่อง Pre-juvenation ที่หมอวิวเคยเขียนไว้ในบทความก่อนหน้า คือการดูแลเชิงป้องกันก่อนที่ปัญหาจะสะสม ซึ่งเป็นแนวทางที่คนรุ่นใหม่ให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ
ปัจจัยเร่งที่คนขอนแก่นเจอบ่อยเป็นพิเศษ
นอกจากเรื่องอายุซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ ยังมีปัจจัยที่เร่งกระบวนการนี้ให้เร็วขึ้น และบางอย่างเป็นเรื่องใกล้ตัวคนขอนแก่นมากกว่าที่คิด
แสงแดด เป็นหนึ่งในปัจจัยเร่งที่สำคัญ รังสียูวีเอส่งผลถึงชั้นผิวที่ลึกกว่าชั้นบนสุด และรบกวนโครงสร้างคอลลาเจนกับอีลาสตินโดยตรง ขอนแก่นเป็นจังหวัดที่แดดแรงเกือบตลอดปี การป้องกันแดดอย่างสม่ำเสมอจึงเป็นเรื่องที่คุ้มค่ากับการลงทุนเวลา และเป็นสิ่งที่ทำได้เองที่บ้านทุกวันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสูง
น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงเร็ว เมื่อปริมาตรใต้ผิวเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ผิวหนังต้องใช้เวลาปรับตัวตาม ซึ่งความสามารถในการคืนตัวของแต่ละคนไม่เท่ากัน สำหรับผู้ที่กำลังดูแลรูปร่างอยู่ หมอวิวมักแนะนำให้วางแผนดูแลผิวหน้าควบคู่ไปด้วยตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ค่อยมาคิดทีหลัง
การพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดสะสม ส่งผลต่อกระบวนการซ่อมแซมของร่างกายโดยรวม ซึ่งรวมถึงผิวด้วย
การสูบบุหรี่ เป็นปัจจัยที่มีหลักฐานชัดเจนว่าส่งผลเสียต่อคุณภาพผิวและกระบวนการสร้างคอลลาเจน
แนวทางดูแลความกระชับที่ VASYL Clinic ขอนแก่น
ที่ VASYL Clinic ขอนแก่น ขั้นตอนแรกเสมอคือการประเมินโดยแพทย์ว่าความรู้สึกว่า “หน้าดูหย่อน” ของคนไข้แต่ละคนมีสาเหตุหลักอยู่ที่ชั้นไหน เพราะอย่างที่อธิบายไว้ข้างต้น ต้นเหตุที่ต่างกันต้องการแนวทางที่ต่างกัน ไม่มีโปรแกรมใดที่เหมาะกับทุกคนเหมือนกันหมด
โปรแกรม Ultherapy Prime เป็นแนวทางที่ทำงานลงลึกถึงชั้น SMAS โดยไม่ต้องผ่าตัด เหมาะกับผู้ที่ประเด็นหลักเป็นเรื่องความตึงตัวของชั้นที่ทำหน้าที่พยุงใบหน้า ผลลัพธ์จะค่อยๆ ปรากฏตามกระบวนการสร้างคอลลาเจนของร่างกาย ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบทันที และขึ้นอยู่กับสภาพผิวเดิมของแต่ละบุคคล เป็นหัตถการที่ประเมินและทำโดยแพทย์
โปรแกรม Thermatrix เป็นแนวทางที่ใช้พลังงานความร้อน RF ดูแลเรื่องความกระชับ ใช้ได้ทั้งบริเวณใบหน้าและลำตัว โดยที่คลินิกเน้นการดูแลทั่วทั้งใบหน้าเป็นหลัก และมีโปรแกรมที่ออกแบบมาสำหรับรอบดวงตาโดยเฉพาะแยกออกมาอีกทางหนึ่ง สำหรับผู้ที่กังวลจุดนี้เป็นพิเศษ เพราะเป็นตำแหน่งที่ผิวบางและมักแสดงสัญญาณก่อนบริเวณอื่น ทั้งนี้แพทย์จะเป็นผู้ประเมินความเหมาะสมก่อนทุกครั้ง และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
โปรแกรมฟิลเลอร์ ทำงานคนละมิติกับสองแนวทางข้างต้น เพราะเน้นการเติมเต็มบริเวณที่ปริมาตรลดลง เช่น ร่องแก้มหรือบริเวณที่ดูตอบลง ในกรณีที่สาเหตุหลักคือปริมาตรที่หายไปมากกว่าความตึงตัวของชั้น SMAS แนวทางนี้จะตรงจุดกว่า ทั้งนี้ต้องประเมินโดยแพทย์และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ในทางปฏิบัติ คนไข้จำนวนไม่น้อยมีปัญหาผสมกันมากกว่าหนึ่งชั้น การพูดคุยกับแพทย์เพื่อจัดลำดับว่าควรเริ่มจากอะไรก่อนจึงสำคัญกว่าการเลือกโปรแกรมตามที่คนอื่นทำแล้วดี และหมอวิวขอย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ทุกคนที่มาปรึกษาจะต้องทำหัตถการ บางคนสิ่งที่เหมาะในตอนนี้คือปรับการดูแลพื้นฐานให้สม่ำเสมอก่อน
สรุป
ความหย่อนคล้อยของใบหน้าไม่ใช่เรื่องของผิวหนังอย่างเดียว แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงพร้อมกันของหลายชั้นตั้งแต่ผิว ไขมัน ชั้น SMAS ไปจนถึงกระดูก และเป็นกระบวนการธรรมชาติที่เกิดกับทุกคน
สัญญาณช่วงต้นมักเป็นรายละเอียดเล็กๆ เช่น ร่องแก้มที่ชัดขึ้นตอนหน้านิ่ง กรอบหน้าที่ไม่คมเหมือนเดิม หรือเมคอัพที่ลงตัวน้อยลง การสังเกตเห็นตั้งแต่ตอนนี้เป็นข้อได้เปรียบ เพราะทำให้มีทางเลือกในการวางแผนมากกว่าการรอจนสะสม
สำหรับคนขอนแก่นที่กำลังลังเลว่าถึงเวลาหรือยัง หมอวิวแนะนำให้เริ่มจากสิ่งที่ทำได้เองก่อน คือการป้องกันแดดอย่างสม่ำเสมอและการดูแลพื้นฐานให้ต่อเนื่อง แล้วถ้ายังไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นในกระจกมาจากสาเหตุใด การเข้ามาปรึกษาเพื่อให้แพทย์ประเมินก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ช่วยให้วางแผนได้ตรงกับสภาพจริงของตัวเอง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ผิวหย่อนคล้อยเริ่มตอนอายุเท่าไหร่? ไม่มีตัวเลขตายตัวที่ใช้ได้กับทุกคน เพราะขึ้นอยู่กับพันธุกรรม การดูแลผิว การป้องกันแดด และพฤติกรรมการใช้ชีวิตร่วมกัน โดยทั่วไปกระบวนการสร้างคอลลาเจนเริ่มลดลงตั้งแต่ช่วงอายุ 20 กลางๆ แต่ช่วงเวลาที่แต่ละคนเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้วยตาเปล่านั้นต่างกันมาก การประเมินโดยแพทย์จะช่วยให้เห็นภาพของตัวเองชัดกว่าการเทียบกับอายุ
ครีมบำรุงช่วยเรื่องความหย่อนคล้อยได้ไหม? ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวมีบทบาทในการดูแลคุณภาพผิวชั้นบนและช่วยชะลอปัจจัยเร่ง โดยเฉพาะครีมกันแดดที่ใช้สม่ำเสมอ แต่การเปลี่ยนแปลงที่เกิดในชั้นลึกอย่างชั้น SMAS หรือปริมาตรใต้ผิวเป็นคนละระดับกัน จึงควรมองว่าการดูแลที่บ้านเป็นพื้นฐานที่จำเป็น ส่วนแนวทางในคลินิกเป็นการดูแลเสริมตามการประเมินของแพทย์
โปรแกรม Ultherapy Prime กับโปรแกรมฟิลเลอร์ ต่างกันอย่างไร ควรเลือกอันไหน? สองอย่างนี้ทำงานคนละมิติกัน โปรแกรมแรกเน้นความตึงตัวของชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นที่พยุงใบหน้าอยู่ใต้ชั้นไขมัน ส่วนโปรแกรมฟิลเลอร์เน้นการเติมเต็มบริเวณที่ปริมาตรลดลง คำถามว่าควรเลือกอันไหนจึงตอบได้หลังจากที่แพทย์ประเมินแล้วว่าสาเหตุหลักของแต่ละคนอยู่ที่ชั้นไหน ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้เริ่มจากอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน และผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ยังอายุน้อยและยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงชัด ควรเข้ามาปรึกษาไหม? เข้ามาปรึกษาได้ และไม่ได้แปลว่าจะต้องทำหัตถการ การประเมินตั้งแต่ยังไม่มีปัญหาชัดเจนมีประโยชน์ตรงที่ช่วยให้รู้ว่าโครงสร้างผิวของตัวเองเป็นแบบไหน มีจุดที่ควรระวังตรงไหน และควรวางแผนดูแลพื้นฐานอย่างไรให้เหมาะกับตัวเอง ซึ่งหลายครั้งคำแนะนำที่ได้กลับบ้านไปคือเรื่องการดูแลประจำวันมากกว่าการทำอะไรกับใบหน้า
ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)