“หมอคะ เมื่อวานยังเรียบๆ อยู่เลย ตื่นมาขึ้นเต็มหน้า แล้วอีกสัปดาห์ก็ยุบ แล้วก็ขึ้นใหม่ เป็นอะไรของหนูคะ”
คำถามแนวนี้เป็นเรื่องที่หมอวิวเจอได้บ่อยในห้องตรวจ VASYL Clinic ครับ ช่วงปลายฝนต้นหนาวแบบนี้ ผิวบางคนอาจปรับตัวไม่ทัน บวกกับงานปลายปีที่ทำให้นอนน้อยและเครียดง่ายขึ้น สิวเลยโผล่มาในจังหวะที่ไม่มีใครอยากเจอ
คำถามที่ตามมาแทบทุกครั้งคือ “กดเองได้ไหม หรือต้องมาให้หมอดู” ครับ บทความนี้หมอวิวเล่าให้ฟังว่าสิวแต่ละแบบต่างกันอย่างไร แบบไหนพอดูแลเองได้ แบบไหนควรให้แพทย์ประเมิน
1. สิวแต่ละแบบต่างกันอย่างไร และทำไมช่วงเปลี่ยนฤดูถึงขึ้นง่าย
คนส่วนใหญ่เรียกทุกอย่างบนหน้าว่า “สิว” เหมือนกันหมด แต่ในห้องตรวจ หมอแยกเป็นหลายแบบ เพราะวิธีดูแลไม่เหมือนกันครับ
สิวอุดตัน เป็นเม็ดเล็กๆ ไม่แดงไม่เจ็บ อาจเป็นหัวขาวหรือหัวดำ เกิดจากความมันและเซลล์ผิวที่หลุดลอกไม่หมด ไปจับตัวอุดอยู่ในรูขุมขน มักพบบริเวณจมูก หน้าผาก และคาง
สิวอักเสบ เป็นตุ่มแดง บวม เจ็บ บางเม็ดมีหัวหนอง บางเม็ดเป็นก้อนอยู่ลึกใต้ผิวโดยไม่มีหัวเลย แบบนี้ผิวชั้นในกำลังอักเสบอยู่ ไม่ได้เป็นแค่รูขุมขนอุดตันธรรมดา
สิวผด เป็นตุ่มเล็กๆ ขนาดใกล้เคียงกัน ขึ้นเป็นกลุ่ม บางคนมีอาการคันร่วมด้วย สิวผดมีได้หลายสาเหตุ ทั้งเหงื่อ ผิวระคายเคือง หรือการอุดตันของรูขุมขน และบางแบบหน้าตาคล้ายสิวมากแต่จริงๆ ไม่ใช่สิว จึงเป็นกลุ่มที่แพทย์ต้องดูใกล้ๆ เพื่อแยกให้ถูก ก่อนเลือกวิธีดูแล
ส่วนเรื่องช่วงเปลี่ยนฤดู ต้องบอกตรงๆ ว่างานวิจัยเรื่องฤดูกาลกับสิวยังให้ผลไม่ตรงกันครับ บางงานพบว่าคนไข้จำนวนหนึ่งรู้สึกว่าสิวแย่ลงช่วงอากาศร้อนชื้น บางงานพบว่าผิวของคนเป็นสิวเสียสมดุลความชุ่มชื้นมากขึ้นช่วงอากาศเย็น สิ่งที่อาจมาประกอบกันคือ ความชื้นในอากาศที่เปลี่ยนไปทำให้ผิวแห้งตึงหรือมันต่างจากเดิม เหงื่อและฝุ่นที่สะสม และชีวิตช่วงปลายปีที่นอนดึก เครียด หรือเปลี่ยนผลิตภัณฑ์บ่อย ซึ่งอาจทำให้สิวที่เป็นอยู่แย่ลงได้ ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นคำตอบตายตัวสำหรับทุกคน และแต่ละคนก็ได้รับผลไม่เท่ากัน
2. กดสิวเองกับดูแลในคลินิก ต่างกันตรงไหน
เข้าใจครับว่ามือมันอยากกดเวลาเห็นสิวเม็ดโต แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตอนเรากดเองกับตอนทำในคลินิกต่างกันหลายจุด
ตอนกดเอง เรามักกดตอนที่สิวยังไม่พร้อม แรงที่กดจึงอาจดันการอักเสบให้ลึกลงไปใต้ผิวแทนที่จะดันออกมา นิ้วและเล็บก็อาจพาเชื้อโรคเข้าไปเพิ่ม ผลที่ตามมาคือสิวอาจบวมแดงมากขึ้น หายช้าลง และเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำรอยแดง หรือแผลที่ลึกพอจะกลายเป็นหลุมสิวได้
ตอนทำในคลินิก พนักงานของคลินิกเป็นผู้กดสิว โดยดูก่อนว่าเม็ดไหนควรกด เม็ดไหนยังไม่ควรแตะ เพราะสิวอักเสบบางเม็ดการกดอาจไม่ช่วยและอาจทำให้แย่ลง การกดใช้อุปกรณ์สะอาด ควบคุมแรงและตำแหน่ง และมีขั้นตอนดูแลผิวต่อหลังทำ ที่สำคัญคือได้ดูภาพรวมของสิวทั้งหน้าไปพร้อมกัน ไม่ใช่แก้เฉพาะเม็ดที่ขวางตาวันนั้น
พูดอีกอย่างคือ การกดสิวเป็นเพียงหนึ่งขั้นตอนครับ ถ้าสิวขึ้นซ้ำๆ ต้นเหตุที่ทำให้สิวเกิดก็ต้องถูกดูแลด้วย ไม่งั้นกดไปเท่าไรก็ขึ้นใหม่
3. สัญญาณที่ควรให้แพทย์ประเมิน
สิวอุดตันเม็ดเล็กๆ ที่ไม่อักเสบ บางคนดูแลผิวพื้นฐานดีขึ้นแล้วก็อาจค่อยๆ สงบลงได้ แต่ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ หมอวิวแนะนำให้มาให้แพทย์ดูแทนการลองเองต่อครับ
- สิวอักเสบบวมแดงเจ็บมาก เป็นก้อนลึกใต้ผิว หรือมีหนองหลายเม็ด
- สิวขึ้นซ้ำตำแหน่งเดิมๆ ยุบแล้วก็กลับมา ทำให้ผิวไม่มีช่วงที่สงบเลย
- สิวขึ้นมากอย่างฉับพลันผิดจากปกติ หรือขึ้นที่หน้าอก หลัง ไหล่ ร่วมกับที่หน้า
- ตุ่มคล้ายสิวผดที่คันหรือไม่ดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
- เริ่มมีรอยดำ รอยแดง หรือรอยบุ๋มหลงเหลือหลังสิวหาย
- ผู้หญิงที่ประจำเดือนมาไม่สม่ำเสมอ ร่วมกับสิวขึ้นมาก ควรบอกแพทย์ด้วย เพราะเป็นข้อมูลที่ช่วยให้ประเมินได้ครบ
- เคยมีแผลเป็นนูนหรือเป็นแผลเป็นนูนง่าย ควรให้แพทย์ดูก่อนกดสิวหรือทำหัตถการใดๆ
- ผู้ที่ตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร ควรแจ้งแพทย์ทุกครั้งก่อนเริ่มดูแลสิว
- ลองดูแลเองมาสักระยะแล้วไม่ดีขึ้น หรือรู้สึกว่าแย่ลง
- ผิวหน้าเริ่มมีผลต่อความมั่นใจหรือการใช้ชีวิตประจำวัน
ทั้งหมดนี้ไม่ได้แปลว่าต้องกังวลเกินเหตุครับ แต่ยิ่งประเมินเร็ว ก็ยิ่งวางแผนดูแลได้ตรงขึ้น และอาจช่วยลดโอกาสที่สิวจะทิ้งร่องรอยไว้บนผิว
4. ดูแลผิวพื้นฐานระหว่างรอพบแพทย์
ระหว่างรอคิวหรือรอตัดสินใจ มีสิ่งง่ายๆ ที่ทำได้เลย และมักไม่ขัดกับการประเมินของแพทย์ครับ
- ล้างหน้าอย่างอ่อนโยน ไม่เกินวันละ 2 ครั้ง และหลังเหงื่อออกมาก ใช้ปลายนิ้วล้างเบาๆ ไม่ต้องขัด การขัดแรงๆ อาจทำให้ผิวระคายเคืองและสิวแย่ลงได้
- ให้ความชุ่มชื้นผิว แม้ผิวมันก็ใช้ได้ ช่วยลดความแห้งตึงและการระคายเคือง เลือกสูตรบางเบาที่ระบุว่าไม่ก่อการอุดตัน
- ครีมกันแดดทุกวัน แสงแดดอาจทำให้รอยดำหลังสิวเข้มขึ้นและจางช้าลง เลือกสูตรที่ระบุว่าไม่ก่อการอุดตันเช่นกัน
- อย่าเปลี่ยนผลิตภัณฑ์หลายตัวพร้อมกัน ถ้าผิวมีปัญหาจะไม่รู้เลยว่าตัวไหนเป็นต้นเหตุ
- ดูแลของที่แตะหน้าบ่อยๆ ปลอกหมอน ผ้าเช็ดหน้า หน้าจอมือถือ ควรสะอาดอยู่เสมอ
- เลี่ยงการแกะ เกา หรือบีบ โดยเฉพาะเม็ดที่ยังบวมแดง
- นอนให้พอและจัดการความเครียด ฟังดูเป็นคำแนะนำทั่วไป แต่การนอนน้อยและความเครียดเป็นปัจจัยที่อาจทำให้สิวที่เป็นอยู่แย่ลงได้
ส่วนใครอยากทำทรีทเมนท์บำรุงผิวระหว่างนี้ ก็ปรึกษาแพทย์ก่อนได้เลยครับ โปรแกรมทรีทเมนท์บำรุงผิว กระชับใบหน้าและสัดส่วน แพทย์จะดูว่าสภาพผิวตอนนั้นเหมาะแค่ไหน ถ้าสิวกำลังอักเสบหนักอาจต้องจัดลำดับก่อนหลังให้เหมาะสม
5. ถ้าเริ่มมีรอยหรือหลุมแล้ว
บางคนมาหาหมอตอนที่สิวสงบแล้ว แต่ผิวยังมีร่องรอยทิ้งไว้ ซึ่งแบ่งกว้างๆ ได้เป็นสองกลุ่มครับ
รอยดำรอยแดงหลังสิว ผิวยังเรียบ แต่สีต่างจากรอบข้าง เป็นเรื่องของเม็ดสีและหลอดเลือดฝอยบริเวณที่เคยอักเสบ แพทย์อาจพิจารณาดูแลควบคู่ไปกับ โปรแกรมหน้าใส ฝ้า-กระ ตามสภาพผิวของแต่ละคน
รอยบุ๋มหรือหลุมสิว ผิวไม่เรียบ ลูบแล้วสะดุด เกิดจากโครงสร้างใต้ผิวเสียหายจากการอักเสบที่ลึก กลุ่มนี้ดูแลต่างออกไปและต้องอาศัยการประเมินชนิดของหลุมก่อน ใครอยากอ่านรายละเอียด หมอวิวเขียนไว้แล้วในเรื่อง หลุมสิวแบบไหนต้องตัดพังผืดก่อน และแนวทางดูแลหลุมสิวทั้งหมดอยู่ในโปรแกรมรักษาสิว & หลุมสิว
สิ่งที่หมอวิวอยากให้จำคือ ยิ่งสิวอักเสบได้รับการดูแลตั้งแต่ต้น โอกาสที่จะมีรอยหรือหลุมให้ต้องแก้ทีหลังก็อาจน้อยลง ไม่ต้องรอให้เป็นหนักก่อนแล้วค่อยมา
6. ที่ VASYL ประเมินสิวอย่างไร
เวลาคนไข้สิวมาที่คลินิกในขอนแก่น หมอวิวไม่ได้เริ่มจากการเสนอโปรแกรมครับ แต่เริ่มจากการฟังและดูก่อน
- ซักประวัติ สิวเป็นมานานแค่ไหน ขึ้นเป็นช่วงๆ หรือเป็นตลอด เคยดูแลหรือรักษาอะไรมาแล้วบ้าง ผลิตภัณฑ์ที่ใช้อยู่ประจำ การนอน อาหาร ความเครียด และโรคประจำตัวหรือประวัติแพ้
- ตรวจผิวใกล้ๆ ดูชนิดของสิวแต่ละตำแหน่ง ความรุนแรง ความมันความแห้งของผิว และร่องรอยที่หลงเหลือ
- คุยเป้าหมายและตั้งความคาดหวังให้ตรงกัน บางคนอยากให้สิวสงบก่อนงานสำคัญ บางคนอยากแก้รอยที่ค้างอยู่ ซึ่งเป้าหมายต่างกันก็วางแผนต่างกัน
- วางแผนเป็นลำดับ แนวทางดูแลขึ้นกับความรุนแรงของสิวในแต่ละบุคคล แพทย์จะอธิบายว่าทำอะไรก่อนหลัง และนัดกลับมาดูผลเพื่อปรับแผนตามการตอบสนองจริง
ทุกโปรแกรมเริ่มจากการประเมินโดยแพทย์ และอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล ถ้ากำลังสงสัยว่าสิวของตัวเองควรดูแลเองหรือให้แพทย์ดู ทักมาที่ LINE @vasylclinic หรือโทรหาคลินิก 061-020-4245 ได้เลยครับ
สรุป
- สิวอุดตัน สิวอักเสบ และสิวผด เป็นคนละแบบ วิธีดูแลจึงไม่เหมือนกัน
- ช่วงเปลี่ยนฤดู ทั้งอากาศ เหงื่อ การนอน และความเครียด อาจทำให้สิวของบางคนขึ้นๆ ยุบๆ ได้ง่ายขึ้น
- กดสิวเองอาจทำให้อักเสบมากขึ้นและเพิ่มโอกาสเกิดรอยหรือหลุม ถ้าเป็นสิวอักเสบควรให้แพทย์ประเมินก่อน
- ระหว่างรอพบแพทย์ ดูแลผิวพื้นฐานให้อ่อนโยน ชุ่มชื้น และกันแดดทุกวัน
- ถ้าเริ่มมีรอยหรือหลุม ยิ่งประเมินเร็วยิ่งวางแผนได้ตรงจุด
คำถามที่พบบ่อย
สิวอักเสบกับสิวอุดตันต่างกันอย่างไร
สิวอุดตันคือรูขุมขนอุดตัน เป็นเม็ดเล็กๆ ไม่แดงไม่เจ็บ ส่วนสิวอักเสบคือมีการอักเสบของผิวชั้นในเกิดขึ้น เม็ดจะแดง บวม เจ็บ อาจมีหัวหนอง หรือเป็นก้อนลึกใต้ผิว สิวอุดตันที่ถูกบีบหรือแกะบ่อยก็อาจกลายเป็นสิวอักเสบได้ ถ้าไม่แน่ใจว่าของตัวเองเป็นแบบไหน การให้แพทย์ดูจะช่วยเลือกแนวทางได้ถูก ทั้งนี้แนวทางขึ้นกับความรุนแรงของสิวในแต่ละบุคคล
กดสิวเองบ่อยๆ ทำให้เป็นหลุมจริงไหม
การกดหรือแกะสิวเอง โดยเฉพาะสิวอักเสบ อาจดันการอักเสบให้ลึกลงและเพิ่มโอกาสเกิดรอยดำ รอยแดง หรือหลุมสิวตามมาได้ แต่ไม่ได้แปลว่าทุกคนที่กดสิวจะเป็นหลุม เพราะยังขึ้นกับความลึกของการอักเสบและสภาพผิวของแต่ละคนด้วย ถ้าเริ่มเห็นรอยบุ๋มแล้ว แนะนำให้แพทย์ประเมินชนิดของหลุมก่อนตัดสินใจดูแลต่อ
สิวขึ้นเฉพาะช่วงเปลี่ยนฤดู ต้องพบแพทย์ไหม
ถ้าขึ้นเป็นเม็ดเล็กๆ ไม่อักเสบ และสงบลงเมื่อดูแลผิวพื้นฐานดี อาจลองดูแลเองสักระยะได้ แต่ถ้าเป็นสิวอักเสบบวมแดงเจ็บ ขึ้นซ้ำทุกปีจนเริ่มมีรอย หรือทำให้ไม่มั่นใจ ควรให้แพทย์ประเมิน เพราะการรู้ว่าสิวของเราเป็นแบบไหนตั้งแต่ต้นช่วยให้วางแผนดูแลได้ตรงขึ้น
กดสิวกับรักษาสิวต่างกันไหม
ต่างกันครับ การกดสิวเป็นการเอาสิ่งที่อุดตันออกจากเม็ดสิวเม็ดนั้นในครั้งนั้น ส่วนการรักษาสิวคือการดูแลต้นเหตุและภาพรวมของผิว เพื่อให้สิวใหม่เกิดน้อยลงและสิวเดิมสงบลง แพทย์จะประเมินว่าควรทำอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างร่วมกัน ตามชนิดและความรุนแรงของสิวของคุณ ทั้งนี้ต้องผ่านการประเมินโดยแพทย์ก่อนเสมอ ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล
ทำหัตถการโดยแพทย์ • ผลลัพธ์ของการดูแลและหัตถการขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล · ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์ก่อนตัดสินใจ · แพทย์ผู้ดำเนินการ: นายแพทย์เทพนที หาญชนะชัยกูล (ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม เลขที่ ว. 52061)